ข่าว

อภิสิทธิ์กับฮุนเซนต้องเขี่ยเสี้ยนตำเท้าออก

อภิสิทธิ์กับฮุนเซนต้องเขี่ยเสี้ยนตำเท้าออก

26 ส.ค. 2553

ถูกต้องแล้วที่คุณปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาฯ นายกฯ บอกว่ากระทรวงต่างประเทศกำลังเตรียมช่องทางให้นายกฯ อภิสิทธิ์ กับนายกฯ ฮุน เซน กัมพูชา พบกันเร็วขึ้น ก่อนการประชุมอาเซม เดิมทีนั้นจะพบกันตุลาคมที่บรัสเซลส์ การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซม คืออาเซียนบวกยุโรป แต่นั่

คุณปณิธานบอกว่าขณะนี้กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาพิพาทในพื้นที่กับกัมพูชา ซึ่งเริ่มมีสัญญาณตอบรับดีขึ้นจากฝั่งกัมพูชา

 คุณปณิธานบอกเข้าใจว่าอีกไม่นานจะมีแนวทางการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้งสองประเทศมีเจตนารมณ์ร่วมกันว่าชาวไทยและกัมพูชาจะต้องมีความปลอดภัย และเดินทางเข้าไปในพื้นที่ปราสาทพระวิหารได้เหมือนช่วงที่ผ่านมา

 สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นโดยเร็วในเมื่อได้ส่งเอกอัครราชทูตกลับไปทั้งสองประเทศแล้ว ก็คือการให้ผู้นำ นั่นคือคุณอภิสิทธิ์กับฮุน เซนได้พบปะกันอย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้บอกกล่าวกับชาวโลก ว่าสองประเทศนี้มีความมุ่งมั่นจริงใจที่จะฟื้นความสัมพันธ์สู่ภาวะปกติ

 ให้อาเซียน ให้สหประชาชาติ และมิตรประเทศของไทยและกัมพูชาได้เห็น ว่าประเด็นเรื่องเขาพระวิหารเป็นประเด็นปกติของสองประเทศที่มีชายแดนติดกัน เมื่อมีความเห็นแตกต่างต้องนั่งคุยกัน ไม่จำเป็นต้องลากเอาประเทศที่สาม หรือสหประชาชาติมาเกี่ยวข้อง

 เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่าจะต้องปรองดองประนีประนอมกันในประเด็นไหนบ้าง เพื่อไม่ให้ต่างฝ่ายต่างคิดว่าเสียอธิปไตย หรือเสียดินแดน อย่างที่คนบางกลุ่มจะฉวยโอกาสเพื่อสร้างความรู้สึกชาตินิยมที่ก่อให้เกิดความระหองระแหงกัน

 แน่นอนประเทศไทยจะต้องยืนยันอธิปไตยของตน กัมพูชาก็จะยืนยันสิทธิ์ของตนเช่นกัน ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือทำอย่างไรให้ประชาชนสองประเทศได้ประโยชน์สูงสุด

 การพบปะของคุณอภิสิทธิ์กับฮุน เซนรอบใหม่นี้ต้องจัดขึ้นโดยเร็ว จะเป็นกรุงเทพฯ พนมเปญ หรือว่าฮานอย เพราะว่าเวียดนามปีนี้เป็นประธานอาเซียน แสดงถึงความพร้อมของสมาชิกอาเซียนเมื่อมีความขัดแย้งที่จะแก้ไข โดยให้อาเซียนเป็นเจ้าภาพ แต่การเจรจาต้องกระทำโดยผู้นำสองประเทศนี้เท่านั้น

 เชื่อว่าเมื่อเสี้ยนที่ตำเท้า นั่นก็คือทักษิณ ชินวัตร ถูกแกะออกไปแล้ว สองประเทศรู้ดีว่าจะต้องรีบทำอะไร เพื่อให้ประชาชนสองฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุด โดยไม่มีผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือของฝ่ายที่สามมาเป็นอุปสรรคขัดขวางความสัมพันธ์อันปกติของสองประเทศนี้ได้อีก

สุทธิชัย หยุ่น