ข่าว

ปรียานุช-ชาวเชียงร่วมต้านนำลิกไนต์พม่าเข้าไทย

ปรียานุช-ชาวเชียงร่วมต้านนำลิกไนต์พม่าเข้าไทย

26 ส.ค. 2553

ชาวเชียงรายฮือต้านบริษัทยักษ์ใหญ่ขนถ่านหินจากพม่าเข้าไทยวันละ 5 พันตัน จี้ผู้รับสัมปทานแจงผลกระทบ-ข้อดี ข้อเสียเรื่องสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ ขณะที่อดีตรองนางสาวไทย “ปรียานุช ปานประดับ” ร่วมต้านด้วย

 เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ชาวบ้านในพื้นที่ 5 ตำบลของ จ.เชียงราย ประกอบไปด้วย ต.แม่สลองนอก ต.แม่สลองใน ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และ ต.ป่าซาง ต.แม่คำ อ.แม่จัน รวมทั้งมวลชนส่วนหนึ่งจากมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ประมาณ 30-40 คน นำโดยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เช่น นายสุเวศน์ ภูมิรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่คำ, นายวุฒิพงศ์ สวรรค์โชติ นายก อบต.แม่สลองนอก, นายโกมินทร์ เสือภูเขา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.ป่าซาง ฯลฯ รวมถึงนางปรียานุช ปานประดับ อดีตนางสาวไทยและมิสเอเชียแปซิฟิก ที่มีบ้านพักอยู่ที่จังหวัดเชียงรายด้วย

รวมตัวกันบริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อแสดงพลังคัดค้านโครงการขนถ่านหินของบริษัทสระบุรีถ่านหิน จำกัด ที่ได้สัมปทานเหมืองถ่านหินที่เมืองก๊ก ประเทศพม่า ติดกับพรมแดนไทย-พม่า ด้านหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และได้ขออนุญาตขนถ่านหินผ่านหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ส่งยังโรงงงานผลิตปูนซีเมนต์ที่ จ.สระบุรี โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ น.ส.ปรียานุช ปานประดับ อดีตรองนางสาวไทย และมิสเอเชียแปซิฟิก ร่วมแสดงพลังคัดค้านกับชาวบ้านด้วย

 นายสุเวช ภูมิรัตน์ นายกอบต.ม่วงคำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่า จากการที่บริษัทสระบุรีถ่านหิน จำกัด ได้รับสัมปทานจากแหล่งถ่านหินแอ่ง เมืองก๊ก รัฐฉาน ประเทศพม่า เป็นเวลา 10 ปี โดยใช้เส้นทางขนส่งออกจากพม่าผ่านหมู่บ้านม้งเก้าหลัง และมีแผนนำเข้าถ่านหินวันละ 5,000 ตัน หรือปีละ 1.5 ล้านตัน คิดเป็นปริมาณรถบรรทุกขนถ่าย 200 เที่ยวต่อวัน โดยขณะนี้ถ่านหินทั้งหมดพักไว้บริเวณ ต.ป่าซาง อ.แม่จัน ก่อนที่จะได้ลำเลียงด้วยรถพ่วง 18 ล้อไปยังถนนพหลโยธิน สายเอเชีย จ.เชียงราย เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ จ.สระบุรี อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการขนถ่านหินในปริมาณมากดังกล่าวนั้นไม่ได้รับคำยินยอม หรือการทำประชาพิจารณ์ของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างไร

 "เบื้องต้นประชาชนต้องการเพียงรับรู้ข่าวสาร หรือข้อมูลที่แท้จริงในการทำกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากการขนย้ายถ่านหินลิกไนต์จะส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ไม่ว่าเป็นสิ่งแวดล้อม สุขภาพของชาวบ้านวิถีชีวิตของชุมชน ความปลอดภัยในการคมนาคม การท่องเที่ยว รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติด ตามแนวชายแดนที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งหากมีการขนย้ายดังกล่าวจะต้องมีการเปิดเส้นทางใหม่ในการขนย้ายถ่านหิน สิ่งแวดล้อมจะถูกทำลายเป็นจำนวนมาก โดยปัญหาดังกล่าวหากเกิดขึ้นแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ" นายสุเวช กล่าว

 ด้าน น.ส.ปรียานุช กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวในฐานะที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย จึงได้ออกมาร่วมต้านการขนย้ายถ่านหินจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่เนื่องจากทราบว่ามีการทำสัญญาการขนย้าย 30 ปี ฝุ่นละอองของถ่านหินจะได้ปกคลุมพื้นที่และส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนและเยาวชน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกมาชี้แจงถึงการแก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบถึงปัญหาต่างๆ อย่างแท้จริง