ข่าว

สมัชชาหมอประเวศชงเลิกฉุกเฉินงดส่งทหารลงใต้3เดือน

สมัชชาหมอประเวศชงเลิกฉุกเฉินงดส่งทหารลงใต้3เดือน

25 ส.ค. 2553

“สมัชชาฯประเวศ ' ชง เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน - งดส่งทหารลงใต้ 3 เดือน เปิดทางประชาชนร่วมสร้างสันติภาพ ชี้ จนท.ใช้กม.ฉุกเฉินเล่นงานชาวบ้าน วางกรอบ 6 ร่างพรบ.ภาษีเพื่อสวัสดิการสังคม หลังพบข้อมูลเงินรั่วไหล คนรวยไม่ได้จ่าย เล็งเพิ่ม VAT เก็บเพิ่มรายได้ที่เคยยกเว้น

(25ส.ค.) นพ.สมศักดิ์  ชุณหรัศมิ์ ประธานคณะทำงานเครือข่ายวิชาการเพื่อการปฏิรูป แถลงหลังการประชุมสมัชชาปฏิรูปที่มีนพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการทำงาน 5 ด้าน ประกอบด้วยคือ 1. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) โดยนายนิพนธ์  พัวพงศกร  ได้เสนอผลการศึกษาปรับโครงสร้างภาษีเพื่อระบบสวัสดิการทางสังคม ทางคณะจึงมีแผนตั้งคณะทำงานยกร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศเพื่อสร้างสวัสดิการทางสังคม พ.ศ... เพื่อไปศึกษาความเป็นไปได้ รวมถึงให้มีความเชื่อมโยงในการสร้างสังคมสวัสดิการ โดยเน้นขยายฐานการเก็บภาษี อาทิ ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม( VAT ) ลดการยกเว้นจากการส่งเสริมการลงทุน ลดการเก็บภาษีรายได้นิติบุคคล ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้คนที่ควรจะเสียภาษีแต่ไม่ได้เสียภาษีในระบบปัจจุบัน มีตัวเลขยืนยันว่าปัจจุบันคนที่มีรายได้สูงสุดในประเทศไทย เสียภาษีเต็มจำนวนเพียงแค่ 4 แสนครอบครัว ส่วนอีกล้านครอบครัวได้รับการลดหย่อนในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้รัฐไม่ได้งบประมาณตามจำนวนที่ควรจะได้รับ โดยจะจัดทำให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน

 นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ด้านที่ 2. มีการเสนอโรดแมพแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ใน 3 ปี โดยจะมีข้อเสนอระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งในระยะสั้นเสนอให้รัฐบาลทดลองหยุด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมหยุดส่งกำลังทหารเข้าไปเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อประเมินผลการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาและร่วมมือกันสร้างสันติภาพ และถ้าไม่ได้ผลหรือผลออกมาเป็นอย่างไรก็สามารถนำพ.ร.ก.กลับมาใช้ใหม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ใช้พรก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือในการเล่นงานประชาชน นอกจากนี้จะมีการระดมความเห็นประชาชนในพื้นที่และดึงมาทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง โดยจะมีนางชิดชนก ราฮิมมูลา นักวิชาการ เป็นประธานคณะทำงาน

 3.เครือข่ายจังหวัดเสนอให้มีการขับเคลื่อนการปฏิรูปโดยให้จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดนำร่อง ในการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ เพราะหากมีการทำงานร่วมกันจะนำไปสู่การวางรากฐานการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และในแต่ละจังหวัดควรให้ท้องถิ่นเข้ามาร่วมสนับสนุนการปฏิรูปด้วย โดยมีนพ.พลเดช ปิ่นประทีป เป็นประธานคณะทำงาน

 4. จะสนับสนุนให้มีเครือข่ายศิลปะและศิลปินโดยให้ทุกแขนงเข้ามาร่วมปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การสร้างความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ชาติ มีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธานคณะทำงาน และ 5. ดึงสถาบันทางการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาช่วยในการปรับหลักสูตรโดยมีเป้าหมายให้ทางมหาวิทยาลัยเป็นแกนสำคัญเข้าไปแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งได้มอบหมายให้อธิการบดีไปจัดทำแผนมาเสนอมีนายประสาน สืบค้า ตัวแทนอธิการบดีทั่วประเทศ เป็นประธานคณะทำงาน

“คณิต”ลั่นไม่ตั้งผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศร่วมเป็น กก.

 ที่สำนักงานกิจการยุติธรรม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ - คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ได้มีการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 3 ซึ่งใช้เวลาในการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม นายคณิต แถลงผลการประชุมว่า ประเด็นที่ข้องกับองค์กรระหว่างประเทศที่จะเข้าร่วมกับการทำงานของคอป.ซึ่งแนวทางการดำเนินงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ ทางคอป.จะไม่แต่งตั้งผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศร่วมเป็นคณะกรรมการ คณะอนุกรรม หรือคณะทำงานของ คอป. เช่นองค์กรสหประชาชาติ , ( ยูเอ็น) สหภาพยุโรป(อียู) , สภากาชาดสากล และองค์กรนิรโทษกรรมสากล เป็นต้น

 "คอป.จะไม่แต่งตั้งผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศเข้าเป็นคณะทำงาน แต่จะเข้าร่วมในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการทำงานของคอป. ขณะเดียวกันการใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งที่ในประเทศไทยไม่มีผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ก็ขอให้มาเป็นที่ปรึกษาคอป ทั้งนี้จะจัดให้มีกิจกรรมทางวิชาการร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่นการศึกษาวิจัย ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถทำงานค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับหลักสากลมากขึ้น ” นายคณิต กล่าว

 นายคณิต กล่าวว่า คอป.จะมีการการลงพื้นที่ จ.อุดรธานี โดยขณะนี้ได้สั่งให้คณะกรรมการเยียวยาและป้องกันความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องดำเนินการ และหากมีความพร้อมตนจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อประสานกับภาคส่วนต่างๆ ที่ผ่านมาจากการเดินทางไปพบประชาชนทั้ง 2 กลุ่มในจังหวัดเชียงใหม่ผลตอบรับเป็นไปได้ด้วยดี ในช่วงเช้าได้เดินทางไปพบกลุ่มคนเสื้อแดงและช่วงบ่ายพบกลุ่มคนเสื้อเหลือง และหากเป็นไปได้ถ้าทั้งกลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงสามารถเข้าพบได้พร้อมๆกัน ตนก็จะเดินทางไปหารือด้วยอีกครั้ง

 ด้านนายสมชาย หอมลออ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริง กล่าวว่า ได้ตรวจสอบในประเด็นต่างๆที่เป็นที่สนใจกรณีผู้เสียชีวิต 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม และกรณีที่ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นและอิตาลีเสียชีวิต กรณีฆาตกรรม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล รวมถึงเหตุการณ์อื่นๆโดย ขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆได้สัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พร้อมกันนี้ได้เชิญนักนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมตรวจสอบ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมอาสาสมัครจะจัดให้มีการฝึกอบรม เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ ในการสัมภาษณ์ สอบถามข้อมูลข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ พบว่า ยังต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่นความรู้ด้านการตัดต่อวิดิโอ ว่าเป็นคลิปวิดิโอแท้หรือตัดต่อขึ้น รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิถีกระสุน พร้อมกับเทียบเชิญนักวิชาการไทยไว้แล้วพร้อมติดต่อประสานงานกับองค์การที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญต่อไป

 นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กล่าวถึงมาตรการการเยียวยาว่าคณะกรรมการชุดเยียวยา กล่าวว่า ได้ดำเนินการพร้อมกับกรมส่งเสริมสุขภาพจิตได้ไปทำงานร่วมกันเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ ขณะเดียวกันจัดทำแผนงาน และสร้างบรรยากาศการปรองดอง พร้อมจะเดินทางไปพบผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีต่อไป

 นายกิตติพงษ์ กล่าวเสริมว่า กลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลืองมีความคิดเห็นที่ต่างกัน แต่จุดร่วมที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันคือ มีความรักจังหวัดเชียงใหม่ และรักประเทศไทย คิดว่าหากก้าวข้ามประเด็นความขัดแย้งเหล่านี้ไปได้ก็จะนำไปสู่ความปรองดองมากยิ่งขึ้น