ข่าว

จับชาวไต้หวันแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินผ่านATM

จับชาวไต้หวันแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินผ่านATM

25 ส.ค. 2553

ตำรวจท่องเที่ยวแกะรอยตามจับกุม 2 ไต้หวัน สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เข้ามาตั้งฐานในเมืองไทย อ้างชื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นบุตรชายของอดีต ผบช.น.สร้างความน่าเชื่อถือกับเหยื่อ สุดท้ายตำรวจวางแผนจับกุมตัวได้ ขณะออกไปกดเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม

 เมื่อเวลา 11.30น.วันที่ 25 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง ผกก.1 บก.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1บก.ทท.และผู้บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย แถลงการจับกุม นายซู เทียน หยู (Mr.Hsu Tien Yu) อายุ 22 ปี และ นายเฉิน ชุน จุง (Mr.Chen Chun Jung) อายุ 30 ปี ชาวไต้หวัน พร้อมด้วยของกลาง บัตรวีซ่าเดบิต ธ.กรุงเทพ 10 ใบ บัตรวีซ่าเดบิตธนาคารกสิกรไทย 13 ใบ สมุดเงินฝากสะสมทรัพย์ ธ.กรุงเทพ 5 เล่น สมุดเงินฝากสะสมทรัพย์ธ.กสิกรไทย 5 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และหนังสือเดินทางประเทศไต้หวัน 2 เล่ม

 พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า แก๊งหลอกโอนเงินผ่านระบบ VOIP ของกลุ่มไต้หวัน ยังคงไม่หยุดการหลอกให้โอนเงิน และใช้กลวิธีหลอกลวงแบบเดิม คือ ระบุว่า บัญชีธนาคารของผู้เสียหายเป็นบัญชีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สืบทราบว่า กลุ่มคนร้ายใช้เป็นบัญชีเพื่อกระทำผิดกฎหมาย โดยครั้งนี้ได้แอบอ้างชื่อ ร.ต.ท.นิพนธ์ แก้วกำเนิด และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรัตน์ เจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ พร้อมกับให้พูดคุยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนผู้เสียหายหลงเชื่อจนถูกหลอกโอนเงิน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุและสืบสวนพบว่าเป็น กลุ่มเดียวกับผู้ต้องหาชาวจีน - ไต้หวัน 6 รายที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ และล่าสุดวันที่ 24 ส.ค.เวลา 07.30 น.เจ้าหน้าที่ได้วางแผนจับกุม นายซู เทียน หยู ขณะกำลังยืนกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ถ.เพชรบุรี ซ.10 (ซ.กิ่งเพชร) จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมไปค้นห้องพักเลขที่ 207 โรงแรมเอวันอินนท์ ซ.เกษมสันต์ 1 เขตปทุมวัน และจับกุม นายเฉิน ชุน จาง ขณะพักอยู่ในห้อง พร้อมของกลางดังกล่าว โดยพบว่านายซู เข้าประเทศไทยวันที่ 28 ก.ค.และ นายเฉิน เข้าประเทศไทยวันที่ 7 ส.ค.

 พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สำหรับกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มหลอกลวงประชาชนได้น้อยลง ขณะเดียวกัน คนไทยรับจ้างเปิดบัญชีน้อยลงเช่นกัน โดยกลุ่มคอลเซ็นเตอร์พยายามเร่งโอนเงินไปยังบุคคลที่สามมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการอายัดบัญชีธนาคาร

 “แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ ที่มีคนไทยร่วมกับชาวจีนและไต้หวันกระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำกฎหมายทุกชนิดเพื่อเอาผิด โดยเตรียมแจ้งข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย ปปง.กับผู้ที่รับเปิดบัญชีเพื่อรองรับการโอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย จึงขอเตือนว่า หากใครถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกตรวจสอบทรัพย์สินก็ขออภัยและให้ความร่วมมือด้วย” พล.ต.ต.ปัญญากล่าว

 รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้อายัดบัญชีธนาคารประมาณ 10 บัญชีแล้ว ทำให้การติดตามโอนเงินกลับจีน หรือไต้หวัน ยากยิ่งขึ้น จนแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากไต้หวันเริ่มส่งชายฉกรรจ์ มาติดตามทวงเงินที่ได้รับโอนมาด้วยซึ่งตำรวจเริ่มติดตามกลุ่มแก๊งนี้อยู่