
สภาถกงบฯมาราธอนนัดพิจารณาวันที่5
สภาผ่านงบฯอุตสาหกรรมฯส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านเถียงไม่เลิก"มาร์ค" ยันไม่มีส.ส.รัฐสกัดการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ยื่นเงื่อนไขให้ฝ่ายค้านระบุเวลา ชื่อผู้อภิปรายที่เหลือให้ชัดก่อนพักประชุม นัดพิจารณาต่อเช้า 25 ส.ค.นี้
(25ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรา 24 เริ่มพิจารณาเวลา 00.55 น. จนถึง 01.30 น. รวมใช้เวลา 35 นาที โดยมาตรา 24 มีผู้ลงมติเห็นชอบ 214 เสียง ไม่เห็นชอบ 148 ไม่มีผู้งดออกเสียงและมีผู้ไม่ลงคะแนน 19 เสียง จากนั้นที่ประชุมพิจารณา มาตรา 25 ซึ่งเป็นงบฯส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี งบ 83,399,529,600 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังลงมติมาตรา 24 เสร็จ นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดร พรรคเพื่อไทย เสนอประธานสภาฯ ว่า ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว และวันที่ 25 ส.ค.ก็ต้องมีการพิจารณาอยู่แล้ว ดังนั้นควรยุติการประชุมไว้ก่อน ขณะที่นายชัย กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลอยากพิจารณาต่อไปอีกหน่อย ขอให้ทุกคนอภิปรายกระชับ จากนั้นนายวิทยา แก้ววิทยา ประธานวิปรัฐบาล ได้ลุกขึ้นกล่าววว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านได้ใช้เวลาพิจารณาตามที่ตกลงกันไว้ 9 ชั่วโมงครบแล้ว ดังนั้นขอให้ประธานดำเนินการประชุมสภาต่อจนจบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการอภิปราย ม.25 งบฯของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ส.ส.ฝ่ายรัฐและฝ่ายค้าน ยังถกเถียงเรื่องเวลาการอภิปรายการยุติการประชุมในวันนี้ โดยนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล ได้กล่าวชี้แจงช่วงหนึ่งว่า ยืนยันว่าตนไม่เคยผิดข้อตกลง หรือผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับฝ่ายค้าน วันนี้ตนกลายเป็นคนอ่อนที่ถอยตลอด แต่ถ้ายังถูกรุกรานมากกว่านี้ ตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป นายชัย ชิดชอบ ประธานที่ประชุมจึงกล่าวว่า ประธานวิปฝ่ายค้านได้มีหนังสือมาถึงตนว่า วันนี้ให้ประชุมถึงตี 2 แล้วต่อให้จบถึงเที่ยง และมีจดหมายมาถึงอีกฉบับว่าต่อจนจบ ตนก็ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร ดังนั้นขอให้พิจารณาจบ ม.25 ก่อนแล้วค่อยว่ากันจะเอาอย่างไร
จากนั้น เวลา 02.00 น. ที่ประชุมได้ลงมติโดยมีผู้ลงมติ 402 เสียง เห็นชอบ 240 ไม่เห็นชอบ 143 ไม่มีผู้งดออกเสียงและไม่ลงคะแนน 19 เสียง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ม.25
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะพิจารณาในม.26 ซึ่งเป็นงบในส่วนหน่วยงานของรัฐสภานั้น นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาลลุกขึ้นพูดกับประธานที่ประชุมว่า รัฐบาลพร้อมอยู่พิจารณาจนเสร็จสิ้น ทำให้นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านต้องลุกชี้แจงว่า อยากจะให้ประธานที่ประชุมใช้วิจารณญาณว่าควรจะพิจารณาต่อหรือพักการประชุม นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา จึงกล่าวกับนายกฯว่าให้พักการประชุมก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาพิจารณาต่อจะได้มีการถ่ายทอดสดด้วยหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกฯ ได้ชี้แจงว่าการพิจารณางบปีนี้เป็นการพิจารณาที่นานที่สุด เมื่อก่อนมีเพียง 2 วัน อย่างมากแค่3วัน แต่วันนี้เราพูดกันถึงวันที่สี่แล้ว ซึ่งประธานได้นัดให้มาประชุมเพื่อพิจารณาในวันที่ 24 และ 25 ส.ค.อีก แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่มีการถ่ายทอดสดในวันที่ 24 และ 25 ส.ค. การอภิปรายก็จะกระชับขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการพิจารณาในวาระสองนั้น ก็ไม่ค่อยมีการถ่ายทอดสด แต่ตนได้ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อมีการถ่ายทอดสดมาแล้วก็ควรจะถ่ายทอดต่อไปให้จบ ดังนั้นยืนยันว่าไม่มีส.ส.รัฐบาลไปสกัดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน และเมื่อฝ่ายค้านบริหารเวลาไม่สำเร็จเราก็เห็นใจ
แต่ฝ่ายค้านระบุว่าเหลือจำนวนผู้อภิปรายอีก 6-7 ท่านนั้น ก็อยากให้พิจารณาให้เสร็จ เพราะถ้าเลิกตอนนี้หรือเลิก 03.00 น. และพักการประชุม ซึ่งตนมีภารกิจพรุ่งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าเหมือนส.ส.หลายคน ซึ่งตนรู้สึกเห็นใจ แต่พร้อมทำหน้าที่จนเสร็จ ถ้าหากไปพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ ก็อาจจะมีการบอกอีกว่ามีเวลาอยู่ทั้งวัน ก็ขอเวลาพิจารณา 5-6 ชั่วโมง หากบริหารเวลาไม่ได้อีก ก็อาจเกิดปัญหาขึ้นมาอีกได้ ดังนั้นขอให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรงนี้ให้เสร็จ รัฐบาลก็พร้อมชี้แจง อีกทั้งประธานวิปฝ่ายค้านก็เคยแจ้งตนมาหลายครั้งว่าจะจบเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่เคยเป็นไปตามนั้น ดังนั้นตนจึงคาดการณ์ได้ว่าหากมีการพิจารณาพรุ่งนี้อีก ก็จะมีการปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีก จึงขอให้ทำหน้าที่กันต่อและถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยมาว่ากัน
จากนั้นนายชัย กล่าวว่า ขอให้พิจารณากันต่อตามที่ตนได้รับปากไว้เมื่อช่วงกลางวันว่าจะพิจารณาถึง ม.29 จากนั้นจะปิดการประชุม และจะมาพิจารณากันต่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งจะเป็นการออมชอมทั้งสองฝ่าย ประธานวิปรัฐบาลจึงลุกชี้แจงว่าหากพิจารณากันในวันพรุ่งนี้ต่อแล้วใครจะรับปากได้ว่าการประชุมสภาจะเสร็จในเวลา 12.00 น. ประธานวิปฝ่ายค้าน จึงกล่าวว่าเพื่อเป็นการรักษาเครดิตของประธานสภา ตนรับปากว่าจะเสร็จเวลา 12.00 น.ของวันที่ 25 ส.ค. อย่างไรก็ตามนายกฯลุกขึ้นกล่าวอีกว่า เมื่อประธานอยากให้ประนีประนอม ดังนั้นก่อนพักการประชุมวันนี้แล้วไปพิจารณาต่อวันพรุ่งนี้ก็ขอให้ฝ่ายค้านระบุชื่อผู้อภิปรายในมาตราที่เหลือ รวมทั้งเวลาในการอภิปรายที่ชัดเจนมาให้ด้วย เราจะได้พักการประชุมไปได้ด้วยความสบายใจ แต่ถ้าหากบอกไม่ได้ ตนก็อยากขอให้พิจารณาต่อให้เสร็จ ซึ่งประธานวิปฝ่ายค้านได้ชี้แจงว่า รายชื่อผู้อภิปรายนั้น 99 % อยู่ที่ประธานสภาแล้ว นายกฯได้ชี้แจงว่า หากรายชื่อไม่ถึง 100 % ตนก็ขอยืนยันให้พิจารณากันต่อไป จากนั้น ที่ประชุมพิจารณาต่อ ม.26 ในหน่วยงานรัฐสภา งบ 9,014,801,600 บาท
มาตรา 26 หน่วยงานรัฐสภา มีผู้ร่วมประชุม 264 เสียง เห็นชอบ 241 ไม่เห็นชอบ 123 ไม่มีผู้งดออกเสียง และไม่ลงคะแนน 19 โดยถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ มาตรา 26 จากนั้นในที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 27 หน่วยงานของศาล งบประมาณ 14,525,370,600 บาท มีผู้ร่วมประชุม 247 เสียง เห็นชอบ 242 ไม่เห็นชอบ 132 ไม่มีผู้งดออกเสียง และไม่ลงคะแนน 17 จากนั้น ที่ประชุมพิจารณาใน มาตรา 28 หน่วยงานขององค์กรตามรธน. งบประมาณ 11,442,529,600 บาท มีผู้ร่วมประชุม 390 เห็นชอบ 242 เสียง ไม่เห็นชอบ 131 ไม่มีผู้งดออกเสียง และไม่ลงคะแนน 17 จากนั้น ประธานรัฐสภา ได้สั่งพักประชุม และพิจารณา มาตรา 29 ต่อในเช้าวันที่ 25 ส.ค.
ก่อนหน้านั้นวานนี้(24ส.ค.) เวลา 23.00 น.บรรยากาศการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2554 ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข มาตรา 23 ซึ่งเป็นการอภิปรายการขอแปรญัตติงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข โดยพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานคนที่ 2 นั่งเป็นประธานในที่ประชุม เริ่มเวลา 23.00 น.ล่วงเลยไปเวลา 01.00 น. เป็นเวลา 2 ชั่วโมงพอดี ทั้งนี้ตลอดช่วงการอภิปรายในช่วงของนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้พาดพิงการทำงานนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในสมัยนั่งทำงานเป็นรมว.ศึกษาธิการ ทำให้นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงการอภิปราย กระทั่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุขได้ลุกขึ้นชี้แจง
โดยเป็นเวลาเดียวกันที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาได้เข้ามานั่งเป็นประธานที่ประชุม อย่างไรก็ตามนายชัย ได้เรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติ โดยกล่าวติดตลกว่า “ขอให้สมาชิกเข้าห้องประชุมด่วน เพราะดึกแล้ว” ขณะที่มีผู้ร่วมประชุมโหวตจำนวน 415 เสียง เห็นชอบ 242 ไม่เห็นชอบ 152 งดออกเสียง 2 และไม่ลงคะแนน 19 โดยถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ม.23 จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 24 ซึ่งเป็นมาตราของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีงบประมาณ 6,749,963,400 บาท



