
ห่วงสหกรณ์บ.ส่งออกเสี่ยงปิดตัว
ชสอ.ห่วงสหกรณ์บริษัทส่งออกรับผลกระทบหนัก มีโอกาสต้องปิดตัวหลังแรงงานที่เป็นสมาชิกมีปัญหาการเงิน เร่งสำรวจประเมินสถานการณ์ คาดไตรมาส 2-3 เห็นภาพชัดเจนขึ้น เผยผลงานปี 51 มีกำไร 250 ล้านบาท
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินของ ชสอ. ปี 2551 มีรายได้รวม 600-700 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการปล่อยกู้และลงทุนตราสารหนี้ มีกำไรสุทธิ 250 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2550 ที่มีกำไรกว่า 300 ล้านบาท คาดจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกได้ 4% ลดลงจากปี 2550 ที่จ่ายปันผล 5.3% เพราะช่วงไตรมาส 3 มีรายได้จากการลงทุนในตลาดทุนลดลง และในปี 2552 ชสอ.ได้ปรับการลงทุนในตลาดทุนเหลือ 1,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันความผันผวนจากราคาหุ้น
ส่วนในปี 2552 ชสอ.คาดว่าเงินฝากยังขยายตัวประมาณ 10-12% เพราะมีสมาชิกบางกลุ่มให้ความสำคัญกับการออม อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจส่งผลให้สหกรณ์ของสถานประกอบการบางแห่งต้องปิดตัวลง ตามการดำเนินงานของบริษัท ทำให้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์มีปัญหาการเงิน จึงต้องกู้หรือถอนหุ้นออก จนสหกรณ์ต้องปิดตัวในที่สุด
"สหกรณ์ในสถานประกอบการที่พึ่งการส่งออกประมาณ 400 แห่งทั่วประเทศ น่าเป็นห่วงเรื่องปิดตัวมากที่สุด โดย ชสอ.ไม่สามารถช่วยได้ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็พยายามให้องค์กรทำความเข้าใจกับสมาชิก หากไม่จำเป็นอย่ากู้ หรือถอนหุ้น ควรเก็บเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน" นายเฉลิมพลกล่าว
ประธาน ชสอ. กล่าวอีกว่า ไตรมาส 2-3 ของปีงบประมาณของสหกรณ์ออมทรัพย์ จะเห็นภาพชัดเจนของแนวโน้มสหกรณ์ในสถานประกอบการเหล่านี้ ปัจจุบัน ชสอ.อยู่ระหว่างสำรวจ และประมวลผล เบื้องต้นพบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจน้อยกว่าสหกรณ์ประเภทอื่นๆ



