
เก้าอี้ผู้ว่าการสตง.เดือดพิศิษฐ์แถลงไล่จารุวรรณ
"หญิงเป็ด" บุกห้องแถลง ท้าส่งศาลชี้ขาด "กฤษฎีกา" แนะส่งศาลปกครองแทนศาล รธน.
ปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังคงคุกรุ่น เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดแถลงว่าในช่วงวันที่ 30 มิถุนายน ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นำเรื่องคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ได้ต่อไปหรือไม่ เนื่องจากมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รวมถึงการจ่ายบำเหน็จตอบแทนและเงินเดือน หากยังทำหน้าที่ต่อไปจะได้รับเงินเดือนหรือไม่ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี วินิจฉัยว่าคุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งแล้ว จึงได้ทำหนังสือถึงส่วนราชการทุกหน่วยงานให้รับทราบเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือเกิดความสับสนในการตรวจรับงาน
ในระหว่างแถลงข่าว นายพิศิษฐ์ได้แสดงจดหมายที่บอกว่าเพิ่งได้รับทางไปรษณีย์มาเปิดแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ตนและผู้บริหารทั้ง 6 คน ที่ไม่เห็นด้วยกับคุณหญิงจารุวรรณ ได้รับหนังสือพร้อมกัน เป็นจดหมายจากคุณหญิงจารุวรรณ ที่มีถึงผู้บริหารทั้ง 7 คน ให้หยุดกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรณีที่ไปลงนามอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า คุณหญิงจารุวรรณขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และยังอาจจะเป็นความผิดทางอาญา เนื่องจากกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบทางราชการ
"จารุวรรณ"ท้าส่งศาลปกครอง-ศาลรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างนายพิศิษฐ์แถลงข่าวอยู่นั้น คุณหญิงจารุวรรณเปิดประตูห้องเข้ามาร่วมแถลงข่าวด้วย โดยนั่งคู่กับนายพิศิษฐ์ และชี้แจงว่า ไม่ได้ยึดติดอำนาจหน้าที่ แต่เพื่อรักษาความถูกต้องของกฎหมาย เนื่องจากต้องรักษาการในตำแหน่งไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ได้แล้วเสร็จ และไม่ยอมรับการวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจาก สตง.เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่หน่วยราชการ จึงขอให้นายพิศิษฐ์ยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้ชี้ขาด เพราะเห็นว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่มีอำนาจชี้ขาดเรื่องดังกล่าว และเห็นว่านายพิศิษฐ์ไม่มีอำนาจรักษาการผู้ว่าการ สตง. เนื่องจากตนได้ลงนามยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ เป็นรักษาการผู้ว่าการ สตง.ไปแล้ว
ขณะที่นายพิศิษฐ์ยืนยันว่า หนังสือดังกล่าวไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะคุณหญิงจารุวรรณได้ลงนามหลังจากหมดวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว และสาเหตุที่ไม่ส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองกลางหรือศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้สงสัย และยึดมั่นตามคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะเป็นคณะที่มีบุคคลที่น่าเชื่อถือ เวลาที่ สตง.มีข้อสงสัยทางข้อกฎหมาย ก็สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกามาโดยตลอด แล้วทำไมคำสั่งเรื่องนี้จึงจะยกเว้นไม่เชื่อฟัง
กฤษฎีกาแนะส่งศาลปกครองชี้ขาด
ด้านคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงปัญหาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. ของคุณหญิงจารุวรรณ ว่า กฤษฎีกาได้ส่งความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า คุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ไปแล้ว ส่วนที่คุณหญิงจารุวรรณได้เซ็นคำสั่งยกเลิกตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการ สตง.ของนายพิศิษฐ์นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นไปแล้วว่า คุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ไปแล้ว จึงไม่มีอำนาจหน้าที่จะยกเลิกคำสั่งอะไรได้ หากใครไปทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง ขณะเดียวกันยังเห็นว่า หาก สตง.ยังมีปัญหา ควรยื่นให้ศาลปกครองวินิจฉัย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่



