ข่าว

เก้าอี้ผู้ว่าการสตง.เดือดพิศิษฐ์แถลงไล่จารุวรรณ

เก้าอี้ผู้ว่าการสตง.เดือดพิศิษฐ์แถลงไล่จารุวรรณ

25 ส.ค. 2553

"หญิงเป็ด" บุกห้องแถลง ท้าส่งศาลชี้ขาด "กฤษฎีกา" แนะส่งศาลปกครองแทนศาล รธน.

ปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังคงคุกรุ่น เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดแถลงว่าในช่วงวันที่ 30 มิถุนายน ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นำเรื่องคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ได้ต่อไปหรือไม่ เนื่องจากมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รวมถึงการจ่ายบำเหน็จตอบแทนและเงินเดือน หากยังทำหน้าที่ต่อไปจะได้รับเงินเดือนหรือไม่ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี วินิจฉัยว่าคุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งแล้ว จึงได้ทำหนังสือถึงส่วนราชการทุกหน่วยงานให้รับทราบเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือเกิดความสับสนในการตรวจรับงาน

 ในระหว่างแถลงข่าว นายพิศิษฐ์ได้แสดงจดหมายที่บอกว่าเพิ่งได้รับทางไปรษณีย์มาเปิดแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ตนและผู้บริหารทั้ง 6 คน ที่ไม่เห็นด้วยกับคุณหญิงจารุวรรณ ได้รับหนังสือพร้อมกัน เป็นจดหมายจากคุณหญิงจารุวรรณ ที่มีถึงผู้บริหารทั้ง 7 คน ให้หยุดกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรณีที่ไปลงนามอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า คุณหญิงจารุวรรณขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และยังอาจจะเป็นความผิดทางอาญา เนื่องจากกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบทางราชการ

"จารุวรรณ"ท้าส่งศาลปกครอง-ศาลรธน.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างนายพิศิษฐ์แถลงข่าวอยู่นั้น คุณหญิงจารุวรรณเปิดประตูห้องเข้ามาร่วมแถลงข่าวด้วย โดยนั่งคู่กับนายพิศิษฐ์ และชี้แจงว่า ไม่ได้ยึดติดอำนาจหน้าที่ แต่เพื่อรักษาความถูกต้องของกฎหมาย เนื่องจากต้องรักษาการในตำแหน่งไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ได้แล้วเสร็จ และไม่ยอมรับการวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจาก สตง.เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่หน่วยราชการ จึงขอให้นายพิศิษฐ์ยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้ชี้ขาด เพราะเห็นว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่มีอำนาจชี้ขาดเรื่องดังกล่าว และเห็นว่านายพิศิษฐ์ไม่มีอำนาจรักษาการผู้ว่าการ สตง. เนื่องจากตนได้ลงนามยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ เป็นรักษาการผู้ว่าการ สตง.ไปแล้ว

 ขณะที่นายพิศิษฐ์ยืนยันว่า หนังสือดังกล่าวไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะคุณหญิงจารุวรรณได้ลงนามหลังจากหมดวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว และสาเหตุที่ไม่ส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองกลางหรือศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้สงสัย และยึดมั่นตามคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะเป็นคณะที่มีบุคคลที่น่าเชื่อถือ เวลาที่ สตง.มีข้อสงสัยทางข้อกฎหมาย ก็สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกามาโดยตลอด แล้วทำไมคำสั่งเรื่องนี้จึงจะยกเว้นไม่เชื่อฟัง

กฤษฎีกาแนะส่งศาลปกครองชี้ขาด

 ด้านคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงปัญหาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. ของคุณหญิงจารุวรรณ ว่า กฤษฎีกาได้ส่งความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า คุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ไปแล้ว ส่วนที่คุณหญิงจารุวรรณได้เซ็นคำสั่งยกเลิกตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการ สตง.ของนายพิศิษฐ์นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นไปแล้วว่า คุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ไปแล้ว จึงไม่มีอำนาจหน้าที่จะยกเลิกคำสั่งอะไรได้ หากใครไปทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง ขณะเดียวกันยังเห็นว่า หาก สตง.ยังมีปัญหา ควรยื่นให้ศาลปกครองวินิจฉัย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่