ข่าว

หวั่น"การเมือง"ซ้ำเติมศก.ฟื้นไม่ขึ้น
 เอกชนชี้ต้องร่วมมือกัน-"ทักษิณ"รักชาติอย่าโฟนอิน

หวั่น"การเมือง"ซ้ำเติมศก.ฟื้นไม่ขึ้น เอกชนชี้ต้องร่วมมือกัน-"ทักษิณ"รักชาติอย่าโฟนอิน

27 มี.ค. 2552

ประธานหอการค้าคนใหม่หนุนรัฐบาลเร่งกระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ หวั่นการเมืองขัดแย้งเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ฝากอดีตนายกฯ "ทักษิณ" รักชาติไม่ควรโฟนอิน สร้างความแตกแยก เอกชนระบุหมดเวลาทะเลาะกันเอง

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยคนใหม่ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจปี 2552 ไม่ดี ต้องร่วมกันหาทางพยุงเศรษฐกิจให้เลวร้ายน้อยที่สุด ไม่ต้องการให้คิดว่าเศรษฐกิจไม่ดีอย่างเดียว แต่ต้องมีความพร้อมที่จะสร้างประโยชน์จากตลาดโลกที่รอฟื้นตัวในอนาคต ซึ่งกรณีที่รัฐบาลเร่งการจับจ่ายในประเทศนั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะสถานการณ์ปัจจุบันคงไม่สามารถพึ่งการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ทั้งหมดได้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่งจะเป็นประเด็นซ้ำเติมให้การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจมีอุปสรรคเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาคิดว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกน่ากลัวมาก ถ้าสร้างปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศอีกจะเป็นการบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น เห็นว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้เศรษฐกิจที่เลวร้ายผ่านพ้นไปให้ได้ ถ้าสิ่งที่ดำเนินการขณะนี้ส่งผลให้ประเทศเดือดร้อน ก็ต้องหาทางปรองดองกัน 

 "แม้จะร่วมมือเต็มที่ ยังยากที่จะฟื้นเศรษฐกิจในขณะนี้ได้ เพราะเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งการส่งออกมาก ส่งผลกระทบทันทีเมื่อตลาดโลกหดตัวลง หากมีปัจจัยซ้ำเติมก็จะทำให้ปัญหาแย่ลง จึงต้องช่วยกันหยุดปัญหา ซึ่งเอกชนไม่มีอะไรจะฝากถึงอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ารักชาติจริงต้องช่วยกันสร้างชาติ การโฟนอินเข้ามาไม่เป็นผลดี" นายดุสิตกล่าว

 นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการเห็นความสงบของบ้านเมือง ประเด็นที่ขัดแย้งกันขณะนี้ ควรได้รับการแก้ไข การออกมาประท้วงเหนื่อยกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะประเทศไม่มีเวลามาทะเลาะกันเอง ในภาพรวมการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ได้ผลและเห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล ประเด็นที่ดำเนินการไม่ได้รัฐบาลก็ชี้แจงว่าดำเนินการให้ไม่ได้

 นายอาชว์ เตาลานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาถือว่าดีแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงมาตรการภายใต้วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ที่รัฐบาลเข้ามาดูแลในเรื่องระบบชลประทาน การศึกษา สาธารณสุข และการคมนาคม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คงต้องดูมาตรการในระยะยาวต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน

 "ปัญหาของรัฐบาลขณะนี้คือ เรื่องของความสามัคคี การเกิดความแตกแยก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศ และก่อให้ประเทศเกิดความไม่สามัคคีมากยิ่งขึ้น" นายอาชว์กล่าว