
ตบหน้านักการเมือง
วาระการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ข้าราชการตำรวจชั้นนายพลอยู่ในอำนาจของ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยมีกฎ ก.ตร.เป็นกรอบการพิจารณามาถึงแล้วเพื่อให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ปีนี้พิเศษคือ นอกจากต้องเลื่อนตำแหน่งระดับรอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร.ตามอาวุโสอย่างน้อย 33% แล้วข้อสำคัญให้มีประกาศเปิดเผยแก่นายตำรวจที่อยู่ในเกณฑ์เลื่อนตำแหน่งทราบถึงลำดับอาวุโสของตน นับว่าเริ่มต้นยุคความเป็นธรรมแล้ว ขึ้นอยู่กับ ก.ตร.จะสำนึกถึงหน้าที่และความรับผิดชอบหรือไม่?
ผู้บังคับบัญชาระดับนายพล ไม่ว่า ผบก., รอง ผบช., ผบช. หรือผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อถึงเวลาย่อมต้องขึ้นไปบังคับบัญชาลูกน้องในตำแหน่งที่สูงขึ้นตามกฏที่วางไว้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลว่าด้วยการบริหารงานบุคคล
แต่ยังมีนายพลบางคนคิดจะเสพสุข อยากกินบุญ แสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ เกาะเก้าอี้ในตำแหน่งที่คุมพื้นที่หรือหน่วยที่เต็มไปด้วยช่องทางรับเงินบาป รับส่วยจากลูกน้องที่ไปรีดไถจากพ่อค้า นักธุรกิจผิดกฎหมายและประชาชนบางคนที่ตกเป็นเหยื่อของตำรวจชั่ว ซึ่งมีอยู่ทุกหน่วยงานของตำรวจเพราะมีกำลังพลเกือบสองแสนคน ไกลหูไกลตาจากการควบคุมของผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือนายกรัฐมนตรี โดยไม่ยอมเลื่อนขึ้นไปเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น วิ่งเต้นกับนักการเมืองที่ควบคุม และผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจแต่งตั้ง "ขออยู่ที่เดิม"
แปลกไหมล่ะ? ข้าราชการ มีแต่ดีใจที่จะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามสิทธิ ตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ เงินเดือนจากหลวงก็ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับขอดักดานอยู่ที่เดิม
นี่แสดงว่า ที่เดิม ตำแหน่งเดิม ได้รับประโยชน์ ทรัพย์สินเงินทอง นอกเหนือจากเงินเดือนข้าราชการ เป็นเงินทองอันไม่สุจริตมากมาย
ก.ตร.จะปล่อยให้กลุ่มตำรวจ ที่ไม่ละอายใจ หน้าด้าน ยึดเก้าอี้หาประโยชน์ในทางไม่สุจริต ทำลายกฎ ก.ตร. ทำลายภาพลักษณ์แห่งความยุติธรรม ธรรมาภิบาลในการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ ตลอดจนทำลายขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจในหน่วยงานระดับ บช., บก. ที่ต้องการความก้าวหน้าได้มีโอกาสขึ้นเป็นผู้นำหน่วย ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหวิริยะละหรือ?
คราวนี้อยากเห็นมติ ก.ตร. ตบหน้านักการเมืองสักครั้ง ตำรวจทั้งหมดจะได้ชื่นใจ!!
คมพิทักษ์ราษฎร์



