ข่าว

ทักษิณลาออกคาดสัมพันธ์ไทย-เขมรดีขึ้น

ทักษิณลาออกคาดสัมพันธ์ไทย-เขมรดีขึ้น

24 ส.ค. 2553

ปชช.บางส่วนเชื่อสัมพันธ์ไทย - เขมรดีขึ้นหลัง “ทักษิณ” ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจเขมร ขณะที่ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำเผยเขมรยังไม่ปล่อยตัว 3 คนไทย ขอเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษ ยันปลอดภัยดี คาดไม่เกินอาทิตย์หน้าส่ง 3 คนไทยกลับไทยแน่

   (24ส.ค.) จากกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจแล้วนั้น ปรากฏได้สร้างความยินดีให้กับประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษที่อาศัยอยู่ใกล้กับแนวชายแดนไทย - กัมพูชาด้านเขาพระวิหารเป็นอย่างมาก  โดยทุกคนเชื่อว่า จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทย - กัมพูชากลับมากระชับความสัมพันธ์กันดีเหมือนเดิม  และจะทำให้บรรยากาศการเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเป็นไปด้วยดีกว่าที่ผ่านมา

            นายสอน  จันดวง อายุ  55 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 5 ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า นับว่าเป็นข่าวดีมากที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศให้ พ.ต.ท.ทักษิณ  ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจตามหนังสือลาออก  เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเช่นเดิม  จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในเรื่องต่าง ๆ อีกต่อไป  และจะได้ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเขาพระวิหารและปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชาให้สำเร็จเรียบร้อย หลังจากที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปีแล้ว 

            ด้านนายหัตถชัย  เพ็งแจ่ม   ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า ได้รับการประสานงานจาก นายระพี   ผ่องบุพกิจ ผวจ.สุรินทร์ว่า    ขอให้พาตัวแทนของ ผวจ.สุรินทร์พร้อมด้วยเสื้อผ้าและอาหารการกินต่าง  ๆ  ออกเดินทางจากจุดผ่านแดนถาวรไทย - กัมพูชาช่องสะงำ  ไปที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา  ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ไปเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจแก่  3 คนไทยที่ถูก ตชด.ของกัมพูชาจับกุมตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 53 ที่ผ่านมา  ซึ่งตอนนี้ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ จ.เสียมราฐ  พร้อมทั้งจะได้นำตัวแทนของ ผวจ.สุรินทร์ไปเจรจากับข้าราชการระดับสูงของ จ.เสียมราฐ เพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือ 3 คนไทยให้กลับคืนสู่ประเทศไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด

         นายหัตถชัย  กล่าวว่า ล่าสุดได้รับการประสานมาว่าจะยังไม่มีปล่อยตัว 3 คนไทย แต่จะปล่อยภายในอาทิตย์นี้ ซึ่งเบื้องต้นทางกัมพูชาได้เสนอให้นายระพี  ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ จ.สุรินทร์ กับ ฯพณฯพู    พิริน   ผู้ว่าราชการ จ.เสียมราฐ พูดคุยกันก่อน  ซึ่งการพูดคุยครั้งนี้อาจจะพูดถึงเรื่องการแลกเปลี่ยนผู้ต้องหากันด้วย เนื่องจากทางการไทยก็ได้มีการจับกุมตัวประชาชนกัมพูชาที่ลักลอบหรือผลัดหลงเข้ามาในฝั่งไทยโดยผิดกฏหมายเหมือนกัน 

 แต่ทั้งนี้ทางการกัมพูชายืนยันว่าจะดูแล 3 คนไทยเป็นอย่างดี โดยได้ซื้อเสื้อผ้า จากข้างนอกเข้าไปให้สวมใส่ และมีอาหารให้ครบทุกมื้อ  ญาติพี่น้องไม่ต้องเป็นห่วง และคดีที่ถูกจับก็เป็นเพียงข้อหา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และพกพาอาวุธ แต่ไม่มีข้อหาสายลับ อย่างที่หลายฝ่ายกังวลแต่อย่างใด

รวบ2เขมรขโมยรถ จยย.นายจ้างจากสระแก้ว

 เมื่อเวลา 12.00 น.พ.ท.อภิราม รามนัฏ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา ได้สั่งการให้ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา นำกำลังออกลาดตะเวณบริเวณท้ายตลาดโรงเกลือ บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายและการลักลอบนำสิ่งผิดกฏหมายเข้าประเทศ

 ต่อมา จนท.ชุดลาดตะเวณได้ตรวจพบชาย 2 คนขับขี่รถ จยย.ต้องสงสัยเป็นรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ เอที 110 สีเทา-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถ จยย.รุ่นใหม่ อีกทั้งเป็นรถ จยย.รุ่นที่ชาวเขมรต้องการมาก ขับขี่เข้าไปในตลาดโรงเกลือ อย่างรวดเร็ว จนท.จึงไล่ติดตาม แต่ชายทั้ง 2 คน เมื่อเห็น จนท.ไล่ตามได้พยายามเร่งเครื่องขับวนเวียนในตลาดโรงเกลือ เพื่อหลบ จนท. และ จนท.สามารถสกัดควบคุมไว้ได้ขณะชายทั้ง 2 คน กำลังนำรถ จยย.คันดังกล่าวเข้าไปซุกในซอกอาคารขายสินค้าด้านท้ายตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ห่างจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศฯประมาณ 80 เมตร

 จากการสอบถามจึงทราบว่าชายทั้ง 2 คน เป็นชาวเขมรโดยผู้ขับขี่ชื่อนายรอน มวน อายุ 21 ปี และนายจันทน เทือน อายุ 23 ปี จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา(กองร้อยทหารพรานคลองลึก)

 จากการสอบสวนนายรอน มวน และ นายจันทล เทือน รับสารภาพว่าได้ขโมยรถ จยย.คันดังกล่าวมาจากนายจ้างซึ่งตนไปรับจ้างทำงานด้วยที่อำเภอเมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว และได้ถอดป้ายทะเบียน กบง 235 สระแก้ว ของรถคันดังกล่าวทิ้ง แล้วขี่มาตามถนนสุวรรณศร จาก อ.เมืองสระแก้วผ่าน อ.วัฒนานคร และ อ.อรัญประเทศ เพื่อนำมาลักลอบข้ามเขตแดนบริเวณหลังตลาดโรงเกลือ โดยจะนำไปขายในฝั่งเขมรราคา 5000 บาท

 ต่อมา ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา ได้ประสานไปยัง พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก มาร่วมตรวจสอบซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ารถ จยย.คันดังกล่าวเป็นของนายเจริญ หล่อแหลม อยู่บ้านเลขที่ 224 ม. 11 บ้านน้ำซับ ต.สระขวัญ องเมือง จ.สระแก้ว ได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้ว เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 23 ส.ค. 53 จึงควบคุมตัวนายรอน มวน และ นายจันทล เทือน 2 โจรเขมรพร้อมรถ จยย.ของกลาง ส่งมอบให้ พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก ประสาน สภ.เมืองสระแก้ว มารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป