ข่าว

สภาฯถกยก2พท.จวกงบมท.กระจุกตัว

สภาฯถกยก2พท.จวกงบมท.กระจุกตัว

24 ส.ค. 2553

สภาฯถกงบยกสอง ฝ่ายค้านจวกงบมท.กระจุกตัว ตั้งงบล่ำซ่ำ ปั่นโครงการต่ำ 10 ล้านไม่มีรายละเอียดใช้เงิน

(24ส.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่า ข้อกำหนดร่วมกันระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านคือการอภิปรายจะเป็นการอภิปรายสลับกัน โดยฝ่ายค้านขอเวลา 9 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลขอเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งหากมีการประท้วงต้องมีการเฉลี่ยเวลากันไป

 ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า น่าจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องงบประมาณ ซึ่งฝ่ายค้านยืนยันว่าจะอภิปรายตามเวลาที่กำหนด

 จากนั้นได้มีการพิจารณางบประมาณมาตรา 17 ของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 230,781,268,600 บาท โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กระทรวงหมาดไทยมีสิทธิพิเศษต่อจากกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูจากตัวเลขการดูงานต่างประเทศ อย่างไปประเทศสเปน 9 วันถ้าไปกับทัวร์บินชั้นธุรกิจ ที่ราคาเพียง 130,000 บาท แต่งบของกระทรวงมหาดไทยมีการเบิกใช้จ่ายงบถึงหัวละ 240,000 บาท ถือว่าผิดปกติ นอกจากนี้การไปดูงานทั้งที่จีน เกาหลี ญี่ปุ่นก็มีการเบิกจ่ายเงินที่สูงเกินจริงเช่นเดียวกัน ซ้ำวิสัยทัศน์ก็ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกรณีการตั้งงบเกี่ยวกับการปกป้องสถาบัน การอ้างว่าจะปกป้องสถาบันเพื่อต่อต้านรัฐไทยใหม่ไม่ทราบว่าไทยใหม่ที่ไหน เหมือนเป็นการฝันกลางวัน เป็นเพียงคำที่ใช้เพื่อให้เกิดโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น นอกจากนี้หน่วยงานยังนำงบดังกล่าวไปดูงาน ไปเที่ยวภูเขาและทะเลไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนคนไหน แต่เป็นการใช้งบที่ผิดประเภท

 นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับงบประมาณของกลุ่มจังหวัดที่พบว่ามีการเพิ่มงบประมาณเข้ามา บางกลุ่มจังหวัดเพิ่มขึ้นมากว่า 100 ล้าน ซึ่งไปกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ของรัฐบาลเช่น ภาคใต้หรืออีสาน นอกจากนี้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้งบประมาณเพิ่มเติมเข้ามาอีก 8 พันกว่าล้าน พบว่าในเม็ดเงิน 1.3 พันล้านของงบประมาณส่วนนี้ มีการกระจุกตัวถึง 10 จังหวัด และมี 2 จังหวัดที่ได้งบประมาณรวมกัน 600 ล้านบาท ในประเด็นนี้กมธ.วิสามัญพิจารณางบประมาณฯได้ขอให้รัฐบาลนำกลับไปแก้ไขแล้ว แต่ปรากฎว่ามีการจัดทำเป็นงบล่ำซ่ำแสดงว่ามีแต่ตัวโครงการที่วงเงินต่ำกว่า 10 ล้านบาทจำนวนหลาย 100 โครงการ ไม่มีรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร เป็นการจัดงบประมาณเป็นลักษณใช้ดุลพินิจเป็นหลัก ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดการกระจุกตัวงบประมาณเป็นจำนวนมาก

 ด้านนายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ขอปรับลดงบกระทรวงมหาดไทยลง 20 % เพราะเห็นว่าการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการรับมอบถนนจากกระทรวงคมนาคมที่มีการก่อสร้างเสร็จแล้วในแต่ละท้องถิ่น เพราะเมื่อทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับมอบถนนมาแล้ว กลับปล่อยให้ถนนมีความทรุดโทรมและไม่อนุมัติงบประมาณในการซ่อมบำรุงทำให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่สัญจรไปมาก

 นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นกระทรวงที่ทุจริตจนน่าเกลียด ตนขอตั้งฉายาให้กับกระทรวงว่า เดินหน้าโกง ที่โกงทุกเรื่อง โดยเฉพาะสำนักปลัดฯที่ใช้งบถึง 2,000 กว่าล้านบาท ที่ถือว่าเป็นแขนขาสำคัญในการใช้เงิน เพราะมีการทุจริตกันมากมาย ทั้งการทุจริตตำแหน่งผู้ว่า ฯ การสอบนายอำเภอที่มีข้อสอบรั่ว โกงข้อสอบกันมากมาย รวมถึงเรื่องบัตรสมาร์ทการ์ด และปัญหาภัยแล้งที่ไปซื้อถังน้ำ ตนซื้อได้ไม่เกิน 7,000 บาทต่อถัง แต่มหาดไทยซื้อ 20,000-30,000 บาทต่อถัง ตนจึงอยากให้นำงบไปอบรมความซื่อสัตย์สุจริต จริยธรรมจะดีกว่า และนำงบส่วนที่เหลือไปช่วยข้าราชการที่ถูกรังแก ถูกโยกย้าย เพราะยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่ต่ำสุดของกระทรวง นอกจากนี้การบริหารของกระทรวงมหาดไทยใช้บันได 3 ขั้น คือ ยุบพรรค แย่งพวก และยึดเก้าอี้

 จากนั้น นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปราย เสนอขอปรับลด 5 เปอร์เซ็นต์ กรมการปกครอง 3,490 ล้าน ตั้งงบซื้อคอมพิวเตอร์แล้ว ไม่ได้ใช้งบทำให้เสียหายต่อทางราชการ กรมพัสดุ กรมบัญชีกลางได้ทักท้วงในการจัดจ้างไม่โปร่งใส ส่วนสมาทการ์ด บัตรประชาชน งบ 900 ล้านบาท แล้วไม่ได้ใช้ ถือเป็นล้มเหลวในการบริหาร ประชาชนเดือดร้อนอย่างยิ่งเพราะทำบัตรได้แค่กระดาษถอยหลังลงคลอง ทำไม สองกระทรวง คุยกันไม่ได้ทั้ง ไอซีทีกับมหาดไทย นายกฯในฐานะประธาน เทคโนโลยีแห่งชาติ ปล่อยไม่ได้ หัวหน้ารัฐบาลต้องลงมาดู รมว.มหาดไทยจะอ้าง ไอซีที ติดขัดไม่ได้ เพราะเป็นผู้กำกับดูแล พ.ร.บ.บัตรประจำตัวถือการใช้งบไม่เต็มประสิทธิภาพ ถูกทักท้วงองค์กรกลาง หน่วยงานในการจัดซื้อมีการกล่าวหา

 นายชวลิต อภิปรายต่อว่า ส่วนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดงบไม่เป็นธรรมกระจุกตัว ไปอยู่เฉพาะจังหวัดใหญ่ จ.นครราชสีมา 569 ล้าน แต่ จ.นครพนม ได้ 200 กว่าล้าน ก็พอรับได้ แต่ความจริงแล้วบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กลับเอางบลงในจ.นครราชสีมาไปกว่าพันล้าน จะตอบอย่างไร ส่วนงบที่กระจุกตัวที่ได้งบ 1,300 ล้าน มีเพียงไม่ 5-6 จังหวัด ลพบุรี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ เป็นต้นซึ่งไม่ทราบว่าคณะรัฐมนตรี เกรงใจ รมว.มหาดไทยใช่หรือไม่ กระทรวงมหาดไทย ยังไม่ให้ความสำคัญข้ารากชารท้องถิ่น แต่ให้ความสำคัญนายกฯอบจ.เพราะรัฐบาลประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 เปอร์เซ็นต์ จะมีผลในเดือนเมษายน 2554 แต่ข้าราชการท้องถิ่น ลูกจ้าง ที่มีเป็นแสนคนกลับไม่ได้รับผลจากการประกาศขึ้นเงินเดือน เหมือนข้าราชการ ซึ่งเขาก็รู้สึกน้อยใจ สิ่งที่ทำให้งานท้องถื่นไม่เดินก้าวหน้า ดังนั้นขอนายกฯในฐานะประธานกระจายอำนาจ แต่กลับไม่มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นเรื่องที่ทางท้องถิ่นรับไม่ได้

 นายชวลิต อภิปรายอีกว่า เรื่องสำคัญที่ทำผิดกฎหมาย ในเรื่องยกฐานะเทศบาลเมืองแม่สอด จ.ตาก เป็น เทศบาลนครแม่สอด ซึ่งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยได้ลงนามเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2553 ซึ่งการลงนามดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิด พรบ.เทศบาลเพราะการจะยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลนครจะต้องมีประชากร 5 หมื่น แต่ความจริงมีแค่ 3.6 หมื่นซึ่งได้มีการประกาาศราชกิจจานุเบบษาชัดเจนแล้วจะแก้ทีหลังอย่างไร ไม่สามารถลบล้างได้ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ขณะนี้มีใบเสร็จก็คือคณะกรรมการคุณธรรมจริยธรรม กพ.สั่งยกเลิกแต่งตั้งนายอำเภอ 41 คน กระเทือนทั้งกระทรวงมหาดไทย ผู้ลงนามคำสั่งวันนี้ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะคนสั่ง