ข่าว

เปิดหน้าท้าชน

เปิดหน้าท้าชน

27 มี.ค. 2552

เห็น "เสี่ยตู่" จตุพร พรหมพันธ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยเอ่ยชื่อ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรี อย่างชัดถ้อยชัดคำครั้งแรก

หลังจากที่ก่อนหน้าที่การเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง" ไม่กล้าเอ่ยชื่อ จะว่ากล่าวโจมตีอย่างไรก็อ้อมค้อม ขี่ม้าเลียบค่าย

 ต้องยอมรับพฤติกรรมของ "เสี่ยตู่" เปลี๊ยนไป๋ !

 เพราะพฤติกรรมท้าชกซึ่งหน้าทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนไม่ดูเรื่องความเหมาะสมความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่คนไทยแต่โบราณพร่ำสอนลูกสอนหลานให้รู้จักที่ต่ำที่สูง

 จึงเกิดคำถามว่า อะไรคือปัจจัยหลักที่มาดลใจให้ "เสี่ยตู่" กล้าเปิดหน้าเป็นหน่วยกล้าตายทั้งที่มีสังคมบางส่วนมองว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงทำเพื่อคนเพียงคนเดียว

 จากเดิมที่ดูเหมือนเคลื่อนไหว เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตยให้คงไว้แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเคลื่อนไหว "เพื่อทักษิณ"

 โดยเฉพาะคำพูดของ "ทักษิณ" ที่โฟนอินบนเวทีความจริงวันนี้สัญจร ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลกที่ระบุว่า "...ใครเอาผมกลับ คนนั้นมีบุญคุณกับผม ชีวิตที่เหลือจะชดใช้ให้หมด นั่นคือสิ่งที่ผมจะทำ..."

 เมื่อวิเคราะห์จากคำพูดของ "ทักษิณ" ที่โฟนอินบนเวทีความจริงวันนี้สัญจร ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของการเคลื่อนไหวก็คงทำให้สังคมเกิดคำถามตามมาไม่ได้

 ยิ่งระยะหลังบนเวทีเสื้อแดงไม่ได้มุ่งโจมตีรัฐบาลเพียงอย่างเดียวแต่ได้ลุกลามไปถึงองคมนตรี และนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคน

 โดยพยายามโยงทั้ง 3 ส่วนเข้าเป็นเรื่องเดียวกัน ผลที่ตามมาก็คือ จากอดีตประชาชนแม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ขณะนี้ประชาชนแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย

 ขณะที่ "แกนนำ" ทำแล้วไม่ต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ นั่งรอรับรางวัลที่คิดว่าเป็น "วีรกรรม" ที่ถูกใจ "นาย" เท่านั้น !