
"มาร์ค"แจง"ไทย-กัมพูชา"ส่งทูตกลับวันนี้
นายก"อภิสิทธิ์" เผย ไทย-กัมพูชาจะส่งทูตกลับไปประจำสถานทูตวัน นี้ คาด 3 คนไทยถูกปล่อยเร็วนี้ ด้าน"สุเทพ"เชื่อบรรยากาศเจรจาพระวิหารดีขึ้น กษิต มั่นใจปัญหาทุกเรื่องน่าจบด้วยดี
(24ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลับไปประจำประเทศกัมพูชา ว่า จะมีการส่งกลับไปวันนี้( 24 ส.ค.) ส่วนฝ่ายกัมพูชาน่าส่งเอกอัครราชทูตกัมพูชากลับมายังประเทศไทยในวันนี้เช่นกัน
เมื่อถามว่านายอำเภอใน จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการรายงานความคืบหน้าการปล่อยตัวคนไทย 3 คนที่ถูกกัมพูชาจับกุมแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการปล่อยตัวน่าจะเร็วๆนี้ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งมีการประสานกันอยู่ ก็คงเร็วๆนี้
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่าถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ได้ประกาศถอดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษกิจของประเทศกัมพูชา ว่า เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศการเจรจาของระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาให้มีบรรยากาศการเจรจาที่ดีขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าจะส่งผลให้การเจรจาเรื่องเขตแดนเขาพระวิหารจะเป็นไปอย่างราบรื่น
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับไปประจำกัมพูชาว่า ทางกระทรวงจะดำเนินการส่งตัวกลับไปภายในวันนี้( 24 ส.ค.) ส่วนกรณี 3 คนไทยที่ถูกกัมพูชาจับตัวไปบริเวณด้าน จ.สุรินทร์ นั้น ได้มีการายงานมาให้ทราบเป็นระยะ และกำลังติดต่อ ส่วนจะกลับได้ภายใน 3 วันหรือไม่ ตนหวังว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ทางกัมพูชายังไม่มีการยืนยันอะไรมาเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าทางด้านความสัมพันธ์ที่ดี เรื่องปัญหาข้อพิพาทระหว่าง ไทยกับกัมพูชา น่าจะดีขึ้น รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทุกเรื่อง เพราะเรื่องความร่วมมือกันระหว่าง 2 ประเทศมีมากมาย ส่วนปัญหาปราสาทพระวิหารก็คงต้องมีการเจรจาพูดคุยกัน
ด้านนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมส่งทูตกลับไปประจำยังประเทศกัมพูชา ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศดีขึ้น ปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆก็น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวกรณีกัมพูชาถอดถอนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากการเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ จะทำให้ทั้ง 2 ประเทศ ลดความขัดแย้งขึ้นหรือไม่ ว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมกันมานานและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาหากมีสิ่งใดที่กระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศตกต่ำลง แต่มีแต่จะแน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งการลาออกจากที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นเรื่องภายในของกัมพูชา เหมือนกับประเทศไทยถ้าต้องการแต่งตั้งใครเป็นที่ปรึกษาก็สามารถทำได้และถ้าที่ปรึกษาจะลาออกก็สามารถทำได้
เมื่อถามว่า การลาออกของ.พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้หารือด้านความมั่นคง กับพล.อ.เตียร์ บัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ไม่อยู่ในขอบเขตที่ตนจะพูด ส่วนที่มีการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือจีบีซีนั้น ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายสะดวกก็ประชุมกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเวลา
ด้านพล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ 3 คนไทยที่ถูกทางกัมพูชาจับกุมตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2553 ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ได้รับข่าวดีจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ที่ได้ประสานงานกับทางกัมพูชา เพื่อเจรจาขอให้ทางกัมพูชาปล่อยตัว 3 คนไทยกลับประเทศ โดยจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้มีการพูดคุยและขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเสียมราฐ ของกัมพูชา ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และรับปากว่าจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเสียมราฐของกัมพูชา ได้นำเรื่องนี้รายงานไปยังทางกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ให้พิจารณาโดยเร่งด่วน และมีแนวโน้มว่าจะได้รับข่าวดีภายใน 2 - 3 วันนี้ อย่างแน่นอน ขณะนี้เราก็รอการยืนยันเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งอยู่
ส่วนการตั้งข้อหา 3 คนไทยที่ถูกจับกุมตัวของทางกัมพูชานั้น เป็นเพียงข้อหา เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยพกพาอาวุธ และเครื่องกระสุน เท่านั้น ไม่ใช่เป็นสายลับ ส่วนปัญหาที่ทำให้เกิดการยุ่งยากในครั้งนี้นั้น เนื่องจาการจงับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของฝ่ายกัมพูชา ที่ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย ทำให้ไม่มีการรายงานผ่านมาทางกองทัพ จึงทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการเจรจาขอปล่อยตัว เพราะที่ผ่านมาการล้ำแดนของประชาชน
พล.ท.วีร์วลิต กล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศมีอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการจับกุมของหน่วยทหารของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งหากเป็นการจับกุมโดยทหารก็จะมีการประสานงานเจรจาในระดับทหารซึ่งสามารถตกลงปล่อยตัวกันได้ทันที หากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันในระดับพื้นที่แล้วสถานการณ์ต่างก็น่าจะเป็นไปด้วยดี และคิดว่าในอีก วันสองวันข้างหน้านี้คิดว่าคงจะได้รับข่าวดี ส่วนการส่งกลับจะกลับเข้ามาผ่านทางจุดผ่านแดนฝั่งใดนั้น คงจะต้องพูดคุยและตกลงกันอีกครั้ง แต่เท่าที่ทราบต้องเป็นบริเวณที่เป็นช่องทางที่เป็นด่านถาวร ส่วนกำลังใจของครอบครัว 3 คนไทย ก็เป็นธรรมดาที่ญาติพี่น้องคงมีความเป็นห่วงในความเป็นอยู่ แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร พลเรือนโดย ผวจ.สุรินทร์ ได้มีการประสานงานในทุกๆระดับ อย่างไรก็ตามกรณีนี้ฝ่ายทหารเรายังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นปรกติเหมือนเดิม สถานการณ์โดยรวมก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้วขณะนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
ส่วนกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งสองประเทศได้จัดส่งเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศกลับไปทำหน้าที่ตามปกติ จะเป็นสัญญาณความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากน้อยเพียงไร และจะเกิดผลดีต่อความสัมพันธ์ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะด้านเขาพระวิหารอย่างไรบ้าง พล.ท.วีร์วลิตฯ ระบุว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นผลดี เพราะเมื่อมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ว่าทางด้านการทูต หรือทางใดก็ดี จะส่งผลกระทบมาในทางที่ดีต่อความสัมพันธ์ที่เรามีกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะตามแนวชายแดนก็จะดีตามไปด้วย ส่วนความก้าวหน้าทางด้านการท่องเที่ยวในการเปิดเขาพระวิหารให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเที่ยวชมเหมือนเดิมหรือไม่นั้น คงต้องดูเหตุการณ์กันอีกสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และความปลอดภัยกับประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรก็มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ส่วนการเพิ่มขีดระดับความสัมพันธ์ของประชาชนสองประเทศและทหารของสองประเทศนั้น ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยในส่วนพื้นที่ก็ดีอยู่แล้ว ซึ่งในขณะนี้มีความสัมพันธ์ที่สามารถพูดคุยกันดีอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหากว่านโยบายรัฐบาลต้องการที่จะให้สร้างความสัมพันธ์ให้มากขึ้นเราทำได้ ซึ่งปรกติเราก็ทำกันอยู่แล้ว
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวอีกว่า เนื่องจากว่าเส้นเขตแดนยังไม่ความชัดเจนทางกองทัพก็ได้ประสานกับทั้งทุกจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายแดนขอให้มีการประชาสัมพันธ์และการแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนขอให้มีความระมัดระวังในการที่จะเข้าป่าล่าสัตว์ เพราะมิใช่ว่าจะเป็นปัญหาจากเส้นเขตแดนอย่างเดียว แต่ปัญหาของเรื่องกำระเบิดและทุ่นระเบิดที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่ยังมีอีกมากมายก็ไม่อยากให้ประชาชนตามชายแดนได้บาดเจ็บเสียชีวิตเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมา สำหับเรื่องการปักปันเขตแดนก็คงเป็นเรื่องของกรรมการปักปันเขตแดน ซึ่งมีอยู่อีกคณะหนึ่งแล้ว ทางทหารเราก็เป็นเพียงผู้ดูแลพื้นที่เท่านั้นเอง ไม่มีหน้าที่ในเรื่องของการไปเจรจาเส้นเขตแดน ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ดีขึ้นแล้วการประชุมมรดกโลกในปีหน้าที่จะประชุมกันจะแล้วเสร็จเรื่องการปักปันเขตแดนอย่างไรกันนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้คงต้องฟังนโยบายจากทางรัฐบาลอีกครั้ง “ พล.ท.วีร์วลิตฯ กล่าว



