
มหาบัณทิต"คอมพิวเตอร์"นักผลิตแบงก์ปลอม
นานกว่า 2 ปีแล้วที่ธนบัตรใบละพันปลอมลดน้อยลงและหายไปจากท้องตลาด
หลังถูกตำรวจภูธรภาค 3 ตามล้างตามเช็ดถึงต้นตอใหญ่ที่โรงพิมพ์เอ็มบางกอก เขตดินแดง กทม.
ครั้งนั้นตำรวจยึดแท่นพิมพ์ของกลางที่ใช้พิมพ์แบงก์ปลอมได้ ยึดกระดาษที่ใช้ผลิตธนบัตร แถบสะท้อนแสง แผ่นเพลท เพลทตัวอย่างที่จัดทำเรียบร้อย ยังมีแผ่นเพลทรูปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ใช้สำหรับปลอมธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท เครื่องอัดเพลท เครื่องประมวลผลจอคอมพิวเตอร์ ปริ๊นเตอร์สี และสีใช้พิมพ์ธนบัตร เรียกว่าจับกันครบทั้งกระบวนการผลิต
ธนบัตรปลอมที่ผลิตโดยคนร้ายกลุ่มล่าสุดนี้ นับว่ามีความเหมือนจริงมากที่สุดเท่าที่เคยมีการตรวจพบมา พ่อค้า แม่ค้า เด็กปั๊ม เด็กเสิร์ฟในผับ-ร้านอาหาร ตลอดจนกิจการที่มีการซื้อขายกันท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ ต่างตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้มาแล้วแทบทั้งสิ้น !!
หลังจากการทลายโรงผลิตธนบัตรปลอมรายใหญ่คราวนั้น ดูเหมือนพ่อค้าแม่ค้าต่างหายใจโล่งขึ้น แต่ยังไม่ทันลืมเลือนก็มีกระแสข่าวแบงก์ปลอมเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ค่ายกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จ.อุบลราชธานี ส่งสายลับเข้าไปสืบหาจนพบต้นตอและแฝงตัวอยู่ร่วมกับขบวนการผลิตแบงก์ปลอมมานานนับปี
จนนำมาสู่การจับกุมแก๊งพิมพ์ธนบัตรปลอมได้เกือบทั้งหมด ได้แก่ นายสุรพัฒน์ มีสวัสดิ์ อายุ 21 ปี นักศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ อยู่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านหนองสะโน ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี, นายศักดิ์ภูมิ สิทธิหา อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ เอกคอมพิวเตอร์ อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 4 ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และนายวิวัฒน์พงษ์ ภัทรนันทกิจ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
ทั้งหมดถูกจับกุมที่บ้านเช่าเลขที่ 240/2 ห้องพักหมายเลข 10 หอพักโนนพงษ์ทอง ถ.อุบลฯ-ตระการพืชผล ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางแท่นพิมพ์ธนบัตรปลอม เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์สีแบบอิงก์เจ็ต เครื่องสแกนเนอร์ เครื่องรีดด้วยความร้อน เครื่องเป่า เครื่องรัดแบงก์ ตราธนาคารกรุงเทพ เครื่องรีดพลาสติก และธนบัตรปลอมที่พิมพ์แล้วแต่ยังไม่ได้ตัดจำนวน 4.7 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังขยายผลจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมคือ พ.อ.ท.ยุทธไชยันต์ พรหมนิกร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 295 หมู่ 1 ต.สำราญ อ.เมือง จ.ยโสธร สมาชิกสภาอบจ.ยโสธร เขต 3 อ.เมือง, นายภวัต สุระขันธ์ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 15 หมู่ 3 ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร และนายศุภชัย ทองศรี อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ 8 ต.พนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด พร้อมยึดของกลางเป็นธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท รวมมูลค่า 5.7 ล้านบาท
พ.ต.อ.ภัทรพล ผ่องแผ้ว ผกก.ตชด.ที่ 22 ค่ายกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จ.อุบลราชธานี บอกถึงกลวิธีการปลอมธนบัตรของแก๊งนี้ว่า กลุ่มนี้ใช้กระดาษ เอ4 ในการผลิต 1 แผ่น ทำได้ 4 ใบ โดยจะนำธนบัตรจริงฉบับละ 1,000 บาทมาผ่านเครื่องสแกนเนอร์ จากนั้นนำมาใส่เครื่องพิมพ์สีแบบอิงก์เจ็ต เพื่อให้ดูเหมือนของจริงมากที่สุด แล้วจึงนำมาพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์ธนบัตร เมื่อได้ธนบัตรปลอมแล้วจะมาผ่านกระบวนการรีดด้วยเครื่องรีดความร้อน แล้วนำมาผ่านเครื่องเป่าแห้ง ก่อนนำมาเคลือบตามขั้นตอน เมื่อได้ธนบัตรปลอมที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการผลิตมาแล้ว จะนำมาใส่สายรัดเงินเป็นตราที่ปลอมแปลงของธนาคารกรุงเทพ
"ธนบัตรปลอมที่ผลิตได้ ส่วนหนึ่งจะส่งขายใช้ภายในประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งมีการส่งออกตามแนวชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ธนบัตรปลอมใบละ 100 บาท ขายในราคา 30 บาท ทั้งนี้ การพิมพ์ธนบัตรปลอมออกมาแต่ละครั้งจะมีใบสั่งมาจากนายทุนภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะชายแดนประเทศลาวจะมีเงินปลอมสะพัดมากที่สุด และธนบัตรปลอมถูกนำไปใช้ในการซื้อยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านและใช้จ่ายตามตลาดแถบแนวชายแดนเป็นหลัก" พ.ต.อ.ภัทรพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ภัทรพลยืนยันว่า จะมีขยายผลต่อเพื่อจับกุมเครือข่ายแบงก์ปลอมที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ซึ่งอาจหยุดการพิมพ์ธนบัตรปลอมไว้ชั่วคราว เพื่อป้องกันมิให้เครือข่ายมิจฉาชีพกลุ่มนี้ปล่อยธนบัตรปลอมออกมาสร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจได้อีก
"ชยานนท์ ปราณีต" รายงาน



