
รายงาน-ยกระดับม็อบ-เดิมพันด้วยชีวิต!
เป็นที่โกลาหนวุ่นวายไม่น้อยตลอดเช้าวันที่ 26 มีนาคม เพราะมีสองงานใหญ่ที่ถือฤกษ์ยามตรงกันพอดิบพอดี
ทั้งงานรัฐบาล ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกองกำลังเสื้อแดง ภายใต้อุ้งมือ ทักษิณ ชินวัตร
งานหนึ่ง...แจกเช็คช่วยชาติที่บริเวณลานคนเมือง
อีกงาน...ชุมนุมใหญ่กองทัพทักษิณ ที่ท้องสนามหลวง
จุดนัดหมายไม่ไกลกันมากนัก แถมบรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน เพียงแต่น่าจะต่างกันที่อารมณ์ของคนเข้างาน สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ รัฐบาลฉวยจังหวะแจกเช็คตั้งแต่เช้า ขณะที่กองกำลังเสื้อแดงก็เปิดเวทีรีๆ รอๆ หมู่มวลชนคนเสื้อแดงที่ต้องเข้าแถวรับเช็คกับเขาด้วยเหมือนกัน
เวลาเคลื่อนขบวนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลจึงต้องเลื่อนเป็น "บ่ายสองโมง"
งานนี้จะว่าไปแล้ว ก็เหมือนกับการประลองกำลังกันระหว่าง "ขั้วอำนาจเก่า" กับ "ขั้วอำนาจปัจจุบัน"
โดยมี "ปัจจัย" เป็นตัวชี้วัด
หัวหน้ารัฐบาลปัจจุบันเสกประชานิยมใส่มือชาวบ้าน 9 ล้านคน คนละ 2,000 บาท
อดีตหัวหน้ารัฐบาลก็เสกประชานิยมใส่มือชาวบ้านเหมือนกัน เพียงแต่สัดส่วนต่างกันลิบลับ เพราะต่างด้วยสถานภาพและบทบาท
กระนั้นก็ต้องยอมรับว่า การจัดรูปขบวนกองกำลังเสื้อแดงหนนี้พัฒนาจากคราวก่อนๆ มาก
เหตุก็เพราะคราวนี้ "ผู้คุมม็อบตัวจริง" ไม่ใช่บรรดาหัวขวดที่ไร้ฝีมือ
หากแต่เป็น "ทักษิณ" ที่ทุ่มสุดชีวิตในการบัญชาการ หว่านล้อม ปลุกระดม และขนสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เรียกได้ว่าเดิมพัน "ถึงตาย" !!!
ไม่งั้นคงไม่ประกาศตอบแทนบุญคุณใครก็ตามที่ "พากลับบ้าน" ได้ ชนิดตอบแทนกันชั่วชีวิต
ลงว่า "หัวหน้าม็อบ" ประกาศเดิมพันขนาดนี้ ก็ย่อมเรียกความฮึกเหิมได้เป็นทวีคูณ
ไม่เพียงแค่ประกาศธรรมดา เพราะแว่วมาว่า "ทักษิณ" ยังลดตัวต่อสายตรงไปยังไพร่พลระดับ "เบี้ย" ด้วยตัวเองอีกด้วย
แน่นอนว่าในเมื่อ "ทักษิณ" ลงทุนบัญชาการเอง ทั้งยังต่อท่อยิงตรงโดยไม่ผ่าน "นายหน้าการเมือง" ที่คอยเก็บกินหัวคิวอย่างที่แล้วมา สรรพปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงที่ลงไป จึงส่งผลให้การจัดขบวน และการเตรียมความพร้อมแน่นปึ้กกว่าทุกครั้ง
หลังจากรู้แผนการรับมือของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จึงได้มีการตระเตรียมเสบียงกรัง และยานพาหนะไว้พร้อม
และเป็นครั้งแรกที่ "กองกำลังเสื้อแดง" ขับเคลื่อนขบวนด้วย "รถเครน" เพื่อพร้อมสำหรับการยกสิ่งกีดขวางอย่าง "ตู้คอนเทนเนอร์"
การเตรียมพร้อมอย่างดี ยังรวมถึงการได้ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เชิงยุทธ์ จัดยุทธศาสตร์การรบชนิดพรึ่บเดียวก็ยึดพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลได้ 100 เปอร์เซ็นต์
มีการจัดขบวน และการควบคุมฝูงชนได้ในระดับที่พัฒนาเป็นมืออาชีพมากขึ้น ประกอบกับผู้ร่วมชุมนุมเองก็ดูจะอยู่ในวินัยและฟังผู้นำม็อบมากกว่าเมื่อก่อน
สังเกตจากการเดินเหินที่สามารถบล็อกให้ผู้ชุมนุมไม่เดินล้ำแนวที่กำหนดไว้
ขณะเดียวกันในแง่การบริหารจัดการ ก็เริ่มมีการแบ่งงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเห็นได้ชัด
เพราะทันทีที่ขบวนเดินมาถึงทำเนียบรัฐบาล "ฝ่ายจัดการสิ่งกีดขวาง" ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ด้วยการเคลื่อนสิ่งกีดขวางให้พ้นเส้นทาง
"ฝ่ายเวที" ก็เริ่มตั้งเวทีอย่างเป็นมืออาชีพ ไม่มัวเสียเวลารีๆ รอๆ ให้แดดเผา
ขณะที่ด้านเสบียงกรัง ข้าวปลาอาหาร ตลอดจนน้ำท่าต่างๆ แม้จะยังไม่ทั่วถึงเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีขึ้นกว่าเก่า
นอกจากนั้นยังมีการเตรียมเต็นท์ผ้าใบทั้งหลังใหญ่และเล็ก มาตั้งรายรอบทำเนียบเพื่อให้ผู้ชุมนุมได้พักผ่อนเหมือนสมัยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคยสร้างมาตรฐานเอาไว้
ที่สำคัญทันทีที่ตั้งเวทีเสร็จ ก็มีการเปิดเพลง "ความจริงวันนี้" ซึ่งเป็นเพลงประจำม็อบเสื้อแดง เช่นเดียวกับที่กลุ่มพันธมิตรเคยใช้เพลง "เทียนแห่งธรรม" เป็นเพลงเปิดเวทีและเป็นเพลงประจำม็อบเสื้อเหลืองมาแล้ว
รูปขบวนทั้งหลายทั้งปวงที่ดูจะได้รับการยกระดับขึ้นมา ก็น่าจะเป็นเพราะอานิสงส์จากการปลุกระดมอย่างหนักของ "ทักษิณ" ที่ยิงวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ถี่ยิบไปตามงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่จัดขึ้นตามจังหวัดต่างๆ สองสามวันก่อนหน้านี้
กระนั้น ความพยายามยกระดับการชุมนุมของกองกำลังเสื้อแดงให้เป็นขับไล่รัฐบาล ของ "ทักษิณ" ในครั้งนี้ ก็ยังต้องรอการพิสูจน์ว่าท้ายที่สุดแล้วจะสามารถทำได้สำเร็จหรือไม่ หลังจากล้มเหลวมาแล้วก่อนหน้านี้
การประกาศปักหลักสู้ยืดเยื้อ ต้องล้มไม่เป็นท่าเพราะ "ผู้ชุมนุม" ไม่เอาด้วย เหตุเพราะเหนื่อยล้า และไม่ได้มาด้วย "ใจ"
ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ดูเหมือน "จตุพร พรหมพันธุ์" จะมั่นใจว่าสามารถเผด็จศึกรัฐบาลได้แบบเบ็ดเสร็จ จนถึงกับประกาศว่าต้องการ "รบแตกหัก" และจะอยู่จนกว่ารัฐบาลจะลาออกหรือยุบสภา
ซึ่งนั่นหมายความว่า หาก "ทักษิณ" จะบรรลุผลสำเร็จในครั้งนี้ได้
นอกจากการส่ง "วิดีโอคอนเฟอเรนซ์" ปลุกระดม พร้อมกับตอกลิ่มไปในหมู่ "กองกำลังเสื้อแดง" ให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังบุคคลระดับสูง และสถาบันหลักของประเทศแล้ว
การใช้ยุทธวิธี "ยั่วยุ" ให้เกิดการใช้กำลังเข้าปราบปรามย่อมต้องเกิดขึ้น
ส่วนจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างไร คงต้องติดตามชนิดตาห้ามกะพริบ !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



