
ราคาแสนโหดร้าย
ปลายปีที่แล้วหลายท่านคงยังพอจะจำกันได้ว่า มีหนุ่มนักเที่ยวหลายรายที่เข้าไปนั่งดื่มกินตามผับตามคาราโอเกะ แล้วถูกเรียกเก็บค่าเครื่องดื่ม, ค่าอาหาร และค่าบริการชนิดมหาโหด ที่ไม่ยอมจ่ายหรือมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้ถูกรุมซ้อมน่วมไปทั้งตัวจนเกิดเป
เรื่องอย่างนี้ก็มีทั้งคนที่เห็นอกเห็นใจผู้บริโภค ว่าโดนขูดรีดเอาอย่างไม่เป็นธรรม แม้ว่าจะมีประกาศของกระทรวงพาณิชย์ บังคับให้ร้านค้าติดราคาค่าสินค้าและบริการเอาไว้แล้วก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์นั้นๆ โดยบอกว่าเป็นการเข้าไปในสถานที่อโคจรของผู้ใช้บริการเอง สินค้าและบริการเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อชีวิต ดังนั้น เมื่อจะเข้าไปใช้บริการต้องสอบถามราคาสินค้าและค่าบริการให้แน่ใจเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะต้องเข้ามาควบคุมราคาสินค้าและค่าบริการให้เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพราะต้นทุนของสินค้าและค่าบริการที่จำหน่ายในสถานที่ต่างกัน ก็ย่อมมีทั้งถูกและแพงต่างกันออกไปด้วย
อาหารจานเดียวที่ขายตามร้านข้าวแกงข้างถนน ย่อมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าและสามารถจำหน่ายได้ ในราคาที่ถูกกว่าอาหารแบบเดียวกัน ที่จำหน่ายในร้านห้องแอร์หรูหราหรือตามภัตตาคารชั้นดีทั่วไป เพราะต้นทุนที่มีทั้งค่าสถานที่ที่ดูดีสะอาดสะอ้าน ค่าภาชนะที่ทำให้อาหารจานนั้นๆ น่ารับประทานมากขึ้น รวมไปถึงงานบริการจากพนักงานที่เพรียบพร้อมกว่ากัน
แต่ราคาที่ถูกและแพงกว่ากันนั้นก็ต้องถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้มีการตั้งราคาจำหน่ายกันตามอำเภอใจ แม้ว่าจะมีการบังคับให้ติดป้ายประกาศราคาขายเอาไว้แล้วก็ตาม ซึ่งราคาสินค้าและค่าบริการที่มักจะขึ้นชื่อว่าแพงกว่าปกติ ส่วนใหญ่เกิดในสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ซึ่งผู้บริโภคเป็นคนจรจากต่างถิ่น
คนบ้านนอกอย่างผมมักจะได้รับการตักเตือนก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทุกครั้งว่า ระวังเวลาจะไปกินข้าวกินปลาในร้านที่ท่ารถตลาดหมอชิต หรือเมื่อจะต้องเรียกรถแท็กซี่จากตลาดหมอชิตให้ไปส่งจุดหมายปลายทาง ต้องตกลงค่ารถให้เรียบร้อยก่อนขึ้นไปนั่ง และต้องจำทางให้ดีมิฉะนั้นจะถูกพาไปวน เพื่อรู้สึกว่าระยะทางไกลจนต้องเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่ม คำเตือนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การหลอกลวงเรียกค่าสินค้าและบริการสูงเกินกว่าราคาปกติจากคนเดินทางต่างถิ่นเกิดขึ้นมานานแล้ว
ปัจจุบันนี้ผู้คนเดินทางโดยเครื่องบินโดยสารกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีสนามบินและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นมากมายแล้ว ยังมีสายการบินต้นทุนต่ำมาให้ใช้บริการเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกด้วย สนามบินในปัจจุบันจึงไม่ต่างไปจากท่ารถตลาดหมอชิต ในยุคที่ผมเดินทางเข้ามากรุงเทพฯครั้งแรกๆ
ผู้คนที่คลาคล่ำในสนามบินจึงทำให้มีร้านอาหารเกิดขึ้นมากมาย ถึงขั้นที่มีการเปิดเป็นฟู้ดเซ็นเตอร์หรือฟู้ดคอร์ทที่ด้านในหลังจากผ่านการตรวจไปแล้ว ราคาอาหารที่สนามบินหากจะสูงกว่าตามร้านค้าทั่วไปก็น่าจะเป็นที่เข้าใจได้ ว่าเกิดจากค่าตกแต่งร้านค้าและค่าเช่าพื้นที่ซึ่งแพงกว่าปกติ
ประเภทข้าวหมูแดงจานละ 200 บาท, ข้าวหน้าเป็ดจานละ 200 บาท หรือก๋วยเตี๋ยวผัดไทยจานละ 250 บาท ผมยังพอทำใจยอมรับได้ว่าเป็นราคาเท่ากันกับโรงแรมระดับห้าดาวทั่วไป แม้ว่าจะต้องบริการตนเองและเดินหาที่นั่งเอาเองก็เถอะ แต่น้ำดื่มเปล่าๆ ขวดบรรจุไม่เกิน 400 ซีซี. ที่ขายกันขวดละ 70 บาท และน้ำอัดลมกระป๋องละ 90 บาทนั้น มันโหดร้ายต่อคนเดินทางอยู่ไม่น้อย เพราะเทียบกับสนามบินชั้นหนึ่งในโลกนี้ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ราคาน้ำดื่มในฟู้ดเซ็นเตอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แทบจะเท่ากับปล้นกันมากกว่าขายของนะครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



