ข่าว

อภิสิทธิ์ไฟเขียวยิงสดถกงบจี้เกลี่ยเวลาใหม่

อภิสิทธิ์ไฟเขียวยิงสดถกงบจี้เกลี่ยเวลาใหม่

23 ส.ค. 2553

"อภิสิทธิ์" ไฟเขียว NBT ยิงสดถกงบ จี้เกลี่ยเวลาใหม่ วอนปู่ชัยคุมประเด็น หลังปธ.วิปค้านยื่นหนังสือถึงปธ.สภาฯจี้ให้ถ่ายทอด พท.พร้อมขู่แต่งดำ-อดข้าวไม่ร่วมสังฆกรรมถ้าไม่ถ่ายทอดงบ "องอาจ”ยันรัฐไม่ปิดกั้นโบ้ยสภาฯตกลงกันเอง

 เมื่อเวลา 17.1 0 น. วันที่ 23 ส.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) มีมติยืนยันไม่ให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 วาระที่ 2 และ 3 ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ว่า ทางวิปรัฐบาลได้สอบถามความเห็นของตนในเรื่องนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.

ตนได้ให้ความเห็นไปว่าควรมีการถ่ายทอดสดการประชุมดังกล่าว เพราะตนเห็นว่าเมื่อมีการถ่ายทอดการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมาแล้ว ก็น่าจะถ่ายทอดสดต่อไปให้จบ เพียงแต่ประธานในที่ประชุมต้องเข้มงวดว่าถ้ามีการอภิปรายนอกประเด็นจากวาระที่ 2 ก็ต้องให้หยุดการอภิปราย ดีกว่าที่จะมาบอกว่าให้อภิปรายนอกเรื่องไปได้โดยไม่มีการถ่ายทอดสด ซึ่งดีที่สุดคือให้มีการถ่ายทอดสดและไม่มีการอภิปรายนอกประเด็น ทั้งนี้ ตนคิดว่าเราไม่ควรทำงานอยู่บนสมมติฐานว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ทำหน้าที่ แต่ถ้ใครมีหน้าที่อย่างไร ก็ต้องทำหน้าที่อย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้ทำหนังสือประสานเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุมสภาฯ ถึงประธานสภาฯ หรือทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) เพราะตนเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจที่มีตลอดทั้งวัน

 เมื่อถามว่ามองภาพรวมการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เมื่อวันที่ 18-20 ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเห็นว่าในช่วงท้ายๆ เมื่อประธานในที่ประชุมมีความเข้มงวดกวดขันมากขึ้นทั้งเรื่องกรอบเวลาและประเด็น การประชุมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่อาจมีการเกินเลยมาบ้าง ซึ่งตรงนี้ เราก็เข้าใจ เพราะการบริหารเวลาตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเมื่อส.ส.เริ่มการอภิปรายนั้นอาจเกินเวลากันอยู่เป็นระยะๆ และอาจมีสิ่งที่เพิ่มเติมโดยเป็นประเด็นที่เขาอยากอภิปรายแสดงความคิดเห็น แต่ถ้ามีการถ่ายทอดสดและมีการคุมประเด็นการอภิปรายได้ ตนคิดว่าถ้า ส.ส.ฝ่ายค้านจะใช้สิทธิ์ดังกล่าว ฝ่ายรัฐบาลก็ควรกลับไปใช้สิทธิ์นี้ด้วย แต่ถ้ามาขอจำกัดเวลาโดยไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลใช้แล้วฝ่ายค้านพูดนอกประเด็น ตนก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้นควรมีการจัดสรรเวลาการอภิปรายใหม่ เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ปธ.วิปค้านยื่นหนังสือถึงปธ.สภาฯจี้ให้ถ่ายทอด

 นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)กล่าวภายหลังประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมมีมติทำหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ทำเรื่องให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ในวันที่ 24 ส.ค.นี้หลังทราบมติวิปรัฐบาลจะไม่ให้มีการถ่ายทอดและจะให้เวลาอภิปรายเพียง 6 ชั่วโมง ซึ่งวิปรัฐบาลอาจเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลเสียเปรียบฝ่ายค้าน แต่วิปฝ่ายค้านเห็นว่าควรมีการถ่ายทอดจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ และทุกวันนี้ยังมีสื่อทางเลือกอื่นไม่ว่า ช่องเอเชียอัพเดต ช่องสปริงนิวส์ หรือถ่ายทอดผ่านเว็บไซด์ ให้ประชาชนสามารถเลือกชมได้แทนช่องโทรทัศน์ หรือทีวีเสรีปกติ ดังนั้น หากรัฐบาลไม่ถ่ายทอดช่องเอ็นบีที ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะมีผลเสียมากกว่า

พท.ขู่แต่งดำ-อดข้าวไม่ร่วมสังฆกรรมถ้าไม่ถ่ายทอดงบ

 นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า หากในที่สุดแล้วรัฐบาลไม่ยอมให้มีการถ่ายทอดสด ก็ขอให้พรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนไม่ร่วมสัมฆกรรมในการร่วมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯครั้งนี้ อีกทั้งตนและส.ส.ของพรรคเพื่อไทยก็จะแสดงการต่อต้านด้วยการแต่งชุดดำ และไปนั่งอดข้าวประท้วงที่หน้ารัฐสภา เนื่องจากมองว่า การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯครั้งนี้มีความสำคัญต่อประเทศชาติ เนื่องจากเป็นการจัดสรรงบประมาณถึงจำนวนกว่า 2.2 ล้านล้านบาท และยังเป็นงบประมาณแบบขาดดุลด้วย ดังนั้นหากไม่มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับทราบก็เท่ากับปิดหูปิดตาประชาชน

"องอาจ”ยันรัฐไม่ปิดกั้นถ่ายทอดสดอภิปรายงบ54

 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าหากไม่มีการถ่ายทอดสดการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯในวาระ 2-3 ที่จะพิจารณาต่อในสัปดาห์นี้เท่ากับรัฐบาลปิดกั้นว่า การจะถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ อยู่ที่การร้องขอของสภา แต่ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือมา ซึ่งโดยปกติกรมประชาสัมพันธ์ก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่ทางสภาจะต้องตกลงกันให้ได้ก่อน และแม้จะไม่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ แต่ก็มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโดยตลอด อีกทั้งสื่อก็ติดตามการอภิปรายและนำเสนอข่าวอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะไปหมกเม็ดอะไร

 นายองอาจ กล่าวอีกว่า ความจริงไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปปิดกั้นอะไร ครั้งที่แล้วเราก็ถ่ายทอด และยังมีการถ่ายทอดทางวิทยุ สื่อก็ติดตามทำข่าวตลอด หากมีความไม่ชอบมาพากล คิดว่าสื่อก็นำเสนออยู่แล้ว ไม่ว่าจะถ่ายทอดหรือไม่ และตนให้นโยบายชัดว่าพร้อมที่จะเปิดกว้างให้ประชาชน ฝ่ายค้าน เอ็นจีโอมาแสดงความเห็น แสดงออกผ่านสื่อของรัฐได้เต็มที่อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะปิดกั้น แต่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับสภาต้องตกลงกันเองให้ได้ก่อน ถ้าตกลงกันได้ว่าจะมีการถ่ายทอด เราก็จะทำตามที่ร้องขอ ถ้าทำหนังสือขอมา เราก็พร้อมที่จะดำเนินการ

 นายองอาจ กล่าวด้วยว่า ในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หากประธานในที่ประชุมสามารถคุมเกมการอภิปรายได้การอภิปรายงบประมาณฯในวาระ 2-3 ควรมีขอบเขตแค่ไหน ก็คงไม่ยาวนานเช่นนี้ แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดเลยขอบเขตไปค่อนข้างมาก เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเหมือนอภิปรายในวาระที่ 1แล้วประธานก็อะลุ่มอล่วยไปด้วย อย่างไรก็ตามเห็นว่าการที่ฝ่ายค้านอภิปรายมาก และมีการถ่ายทอดสด ก็ไม่มีผลกระทบอะไรมาก เพราะประชาชนสามารถพิจารณาได้ ไม่ใช่ว่าประชาชนจะชื่นชมหรือตำหนิไปทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระว่าผู้พูดพูดในสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือไม่ อย่างไร