
จีนนับ100แห่ร่วมงาน"Chiangmai GMS Fair2010"
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนกลุ่ม 1 จับมือพาณิชย์ - หอการค้าเชียงใหม่ จัดงาน "Chiangmai GMS Fair 2010" มหกรรมการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ผู้ประกอบการจีนสนใจร่วมออกบูทกว่า 100 ราย คาดมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน
(23ส.ค.) นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ เปิดเผยในการแถลงข่าวการจัดงาน"Chiangmai GMS Fair 2010" มหกรรมการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส อ.เมือ งจ.เชียงใหม่ วันนี้ (23 ส.ค.) ว่า การจัดงาน"Chiangmai GMS Fair 2010" มหกรรมการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ก.ย. - ต.ค. 2553 ณ อุทยานหลวง ราชพกฤษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจ.เชียงใหม่ และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน กลุ่มที่ 1 คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน รวมทั้งกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS 6 ประเทศ คือ ไทย ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา และจีน (ยูนนาน)
นอกจากนี้ ยังต้องการสร้างความเข้มแข็งและความมั่งคั่งให้กับเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนซึ่งมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีอยู่แล้ว เพื่อเชื่อมโยงสินค้า การบริการ การตลาด และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประเทศ GMS และกลุ่มประเทศใน บิมสเทค ( BIMSTEC ) คือ บังคลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย ไทย พม่า เนปาล และภูฎาน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัด สินค้าชุมชน สินค้าโอทอป เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด
นายอมรพันธุ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการในกลุ่ม GMS คือ จีน แสดงความสนใจนำสินค้าเข้าร่วมแสดงและจำหน่ายในงานครั้งนี้แล้วกว่า 100 ราย การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นปรากฎการณ์ที่ดีช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจ.เชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนให้คึกคัก
นายวุฒิชัย วงศ์นาคเพชร พาณิชย์จ.ลำปาง กล่าวว่า ภายในงานมีบูทจำหน่ายสินค้า 650 บูท แบ่งเป็นบูทสำหรับสินค้าของกลุ่มประเทศ GMS ทั้ง 6 ประเทศที่จะเข้าร่วมงาน 150 บูท ที่เหลือเป็นบูของผู้ประกอบการภายในประเทศ และในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ บูทจำหน่ายสินค้าชุมชน เอสเอ็มอี และโอทอป มีการแบ่งประเภทสินค้ารวม 6 ประเภท กลุ่มสินค้าของประเทศในกลุ่ม GMS กลุ่มสินค้าหัตถกรรม กลุ่มบริการสุขภาพ กลุ่มสินค้าครีเอทีฟ ที่มาจากความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กลุ่มอุตสาหกรรม และบูทจำหน่ายอาหาร ฯลฯ
ทั้งนี้นอกจากการออกร้านจำหน่ายสินค้า ยังมีการจัดประชุมนานาชาติ ระหว่างวันที่ 23 - 24 ก.ย. เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน กับกลุ่มประเทศ GMSและ BIMSTEC รวมทั้งประชาสัมพันธ์โครงการครีเอทีฟ ไมซ์ ที่มีแผนผลักดันให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการประชุมสัมมนา คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 300 คน
"ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานออกเป็น 3 ชุด เพื่อเดินสายโรดโชว์ไปยังประะเทศต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายเชิญชวนมาร่วมงาน โดยวันที่ 25 -28 ส.ค.นี้จะเดินทางไปโรดโชว์ที่เวียดนาม วันที่ 2 - 5 ก.ย. โรดโชว์ที่พม่า วันที่ 6 -10 ก.ย.ไปสปป.ลาว และสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน"นายวุฒิชัยกล่าว
นางณธิสา วิชยานนท์ รักษาการพาณิชย์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน และมีเงินสะพัดตลอดระยะเวลา 10 วันของการจัดงานไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การบริการ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ทั้งในจ.เชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนด้วย



