
เผยฮุน เซนสั่งเห็นคนไทยให้สงสัยเป็นสายลับ
ก.ต่างประเทศส่งหนังสือขอเยี่ยม 3 คนไทยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำในเสียมราฐ ต่อรองเข้าพบก่อน 26 ส.ค.นี้ เผย"ฮุน เซน"สั่งเห็นคนไทยเข้าออกชายแดนให้สงสัยเป็นสายลับไว้ก่อน
(23ส.ค.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการใช้ความช่วยเหลือ 3 คนไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมตัว ว่า จากรายงานสถานะล่าสุด 3 คนไทยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำในจ.เสียมราฐ โดยถูกตั้งข้อหา เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในดินแดนกัมพูชา ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา เพื่อขอเข้าเยี่ยมคนไทยทั้งสามแล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามขั้นตอนก็น่าจะได้เข้าเยี่ยมในวันที่ 26 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ดีทางฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตก็กำลังพยายามประสานขอเยี่ยมตัว โดยหากจะเข้าเยี่ยมได้ก่อนกำหนดก็จะเป็นการดี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ส่วนเรื่องของคดีที่จะไปถึงขั้นฟ้องศาลหรือไม่นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ทางการไทยพยายามย้ำให้ทราบถึงเหตุผลที่ 3 คนไทยพลัดหลงเข้าไปในพื้นที่กัมพูชา ก็เพราะไปหาของป่าและล่าสัตว์ ไม่มีเจตนาจะเข้าไปเป็นสายลับหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกจากนี้ทางฝ่ายไทยในระดับจังหวัด และท้องถิ่นก็ประสานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้นำตัวทั้ง 3 คนขึ้นศาล เมื่อถามว่าแสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่กัมพูชาอาจจะไม่นำตัวขึ้นศาล นายชวนนท์ ตอบว่า อยู่ที่ทางการกัมพูชาจะพิจารณาและรับฟังเหตุผลของไทย ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะไม่นำตัวขึ้นศาล
ต่อข้อถามที่ว่า เกรงว่าปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะทำให้การช่วยเหลือ 3 คนไทยยากขึ้นหรือไม่ นายชวนนท์ตอบว่า ต้องพยายามแยก 2 เรื่องนี้ออกจากกัน กรณีการที่ 3 คนไทยถูกจับกุมด้วยข้อหาพกอาวุธและเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่เชื่อว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้มีเรื่องเกมการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้กัมพูชาเองก็ยังมีท่าทีตอบรับให้ความร่วมมือต่อฝ่ายไทยในเรื่องนี้ดีและเชื่อว่ากัมพูชา
เผยฮุน เซนสั่งเห็นคนไทยให้สงสัยเป็นสายลับ
แหล่งข่าวสายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บนชายแดนเขาพระวิหาร กล่าวว่า ตนพึ่งเดินทางกลับจาก จ.เสียมราฐ เมื่อวานนี้ (22 ส.ค.)ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยม 3 คนไทยที่ถูกจับกุม แต่ได้รับการปฏิเสธให้เข้าเยี่ยม โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งจากเบื้องบนห้ามเจรจากันในชั้นของทหาร แต่เขายืนยันว่าคนไทย 3 คนที่ถูกจับได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และขอให้เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของทหารแล้ว แต่ถูกยกระดับเป็นเรื่องการเมืองของทั้งสองประเทศ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้รับคำสั่งโดยตรงจากสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาว่าหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนของไทยว่า ได้มีการพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมแล้วว่าจะมีมาตรการอย่างไรต่อเรื่องข้อพิพาทชายไทย- กัมพูชา ทำให้สมเด็จฯฮุน เซน มีคำสั่งเด็ดขาด ให้เข้มงวดบุคคคลที่เดินทางเข้าออกบริเวณชายแดนทุกช่อง ถ้าหากพบบุคคลที่ต้องสงสัยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสายลับของทางการไทย
แหล่งข่าวรายเดิม เปิดเผยต่อว่า จากคำสั่งของสมเด็จฯฮุน เซน ทำให้เรื่องของคนไทย 3 คนที่ถูกจับยกระดับจากเรื่องชาวบ้านหลงป่าธรรมดา กลายเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ประกอบกับข่าวที่นายวีระ สมความคิด ถูกจับที่ชายแดน จ.สระแก้วแล้วถูกปล่อยตัวและล่าสุดมาเคลื่อนไหวที่จ.ศรีสะเกษ และมีการขอร้องผู้ว่าฯจังหวัดสุรินทร์ให้เร่งช่วยเหลือ 3 คนไทยที่ถูกจับ ทำให้กัมพูชายิ่งปักใจเชื่อว่า 3 คนไทยเป็นสายลับของนายวีระ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาระดับรัฐต่อรัฐแทนที่จะเจรจากันได้ในระดับทหารด้วยกัน
“ ทางกัมพูชายืนยันว่า 3 คนไทยที่ถูกจับมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ต้องกังวล เพียงแต่เรื่องนี้ถูกโยงเข้าเป็นเรื่องการเมืองจึงไม่สามารถปล่อยตัวได้ตามที่ขอร้องมา พร้อมกับรับปากจะดูแลคนของเราให้ดีที่สุด ญาติพี่น้องไม่ต้องเป็นห่วง” แหล่งข่าวสายทหารที่เดินทางกลับจาก จ.เสียมราฐ กล่าว
เตือนปชช.3อำเภอชายแดนไทย-กัมพูชาหยุดหาของป่า
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยถึงกรณีคนไทยทั้ง 3 คน ชาว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ถูกตำรวจตระเวนชายแดนกัมพูชาจับกุม หลังพากันไปหาของป่า และล่าสัตว์ตามเขตไทย-กัมพูชาแล้วพลัดหลงเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชา ว่า ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ นั้น ได้กำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนดินแดง บ้านกรวด และอำเภอละหานทราย ให้ดูแลด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด
นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยทำมาหากินตามแนวชายแดน ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเข้าไปหาของป่า ล่าสัตว์ ระหว่างเขตติดต่อไทย-กัมพูชา เพราะเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัย หากพลัดหลงเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชาแล้ว จะถูกจับตัวไปฐานลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงขอร้องให้ประชาชนในบริเวณ 3 อำเภอ ชายแดนดังกล่าว หยุดเข้าไปหาของป่า และสัตว์ในช่วงนี้
“นอกจากชาวบ้านอาจจะถูกจับกุมแล้ว เกรงว่าจะพลาดพลั้งเดินเข้าไปเหยียบกับระเบิด ที่ถูกฝังไว้ตามแนวชายแดนที่ยังไม่มีการเก็บกู้จากเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ ดังกล่าวได้ เพราะที่ผ่านมา ได้มีผู้บังคับหมู่กองร้อยทหารพราน เกิดพลาดเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะออกเดินลาดตระเวนตามแนวชายแดนตามปกติ” นายพีระศักดิ์ กล่าว และว่า
ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัย ตามแนวชายแดน ก็ได้ประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ให้ดูแลคุมเข้มพื้นที่เป็นพิเศษ



