ข่าว

เตือนพายุถล่ม11จว.อีสานระวังน้ำป่า-โคลนถล่ม

เตือนพายุถล่ม11จว.อีสานระวังน้ำป่า-โคลนถล่ม

23 ส.ค. 2553

อุตุฯเผย พายุโซนร้อน “มินดอลเล” พัดถล่ม 11 จังหวัดภาคอีสาน เตือนประชาชนในพื้นที่เสียงภัยระวังน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 23-25 ส.ค.นี้ "ถาวร"เตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ หลังอุตุฯเตือนฝั่งอ่าวไทยฝนตกหนัก 3 เดือน ระนองฝนตกหนักชาวเกาะเฝ้าระว

(23ส.ค.) นายเกรียงศักดิ์ เกตุอินทร์ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า จากการตรวจวัดสภาวะอากาศทั่วไป พบว่าเมื่อช่วงเวลา 13.00 น.วันที่ 23 ส.ค. พายุโซนร้อน “มินดอลเล” (MINDULLE)" ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง  มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 220 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนามหรือที่ละติจูด 16.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่เกาะไหหลำประเทศจีนในระยะต่อไปประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป   ประมาณ   70 % ของพื้นที่   ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร  ร้อยเอ็ด  ยโสธร  อุบลราชธานี  ศรีษะเกษ  และอำนาจเจริญ

  ด้านน.ส.อรนุช   ทองศรี   นักอุตุนิยมวิทยาปฏิบัติการ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า สภาพอากาศในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนจากการตรวจวัดพบว่ามีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย  ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ูดเลยเฉียงเหนือตอนบนของประเทส ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย  อุดรธานี หนองคาย สกลนคร  และนครพนม     โดยในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายวัน 
จึงขอให้ประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มในระยะนี้ไว้ด้วย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 23-25 สิงหาคมนี้ และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ถาวรสั่งพร้อมรับมือน้ำท่วมใต้หลังอุตุฯเตือน

 นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยใน 14 จังหวัดภาคใต้  เพื่อเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ในช่วงนี้ซึ่งใกล้เข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะในฝั่งอ่าวไทย

 นายถาวร ระบุว่า เนื่องจากได้รับการประสานจากกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าในเดือนตุลาคมนี้ พายุหมุนเขตร้อนมีโอกาสที่จะเคลื่อนเข้าใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยในแนวภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ซึ่งจะทำให้มีฝนหนักเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับในปีนี้มีสภาวะแล้งหนักและยาวนานกว่าทุกปี ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยรุนแรงกว่าทุกปี

 นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า จากการตรวจสอบและติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องพบว่ามีแนวโน้มว่าในปีนี้อาจเกิดฝนตกหนักมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะในฝั่งอ่าวไทยในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. ซึ่งเบื้องต้นได้แจ้งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ

 "เนื่องจากทุกปีในช่วงหน้าฝนมักจะประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก ประกอบกับปีนี้มีแนวโน้มสูงว่าฝนอาจจะตกในปริมาณมากกว่าทุกปี ดังนั้นยิ่งจำเป็นต้องซักซ้อมความเข้าใจและเตรียบมความพร้อมให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กำหนดแนวทางและวางแผนงานไว้ล่วงหน้าหน้าเพื่อรับมือกับปัญหาที่จะตามมา" นายวันชัย กล่าว

ระนองฝนตกหนักชาวเกาะเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง
 
 นายซาอีดล ยาผา ผู้ใหญ่บ้าน ม. 4 ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 124 ม. 4 ต.ปากน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ๆตั้งอยู่บนเกาะสินไห เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศ รวมถึงจังหวัดระนองมีฝนตกหนัก ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 2553 ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้เริ่มเกิดความวิตกกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะอีกครั้ง โดยหวั่นเกรงกรณีปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงที่สร้างความเสียหายต่อชุมชนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเกาะสินไหชาวบ้านได้เริ่มสังเกตและเฝ้าระวัง รวมถึงการเตรียมอพยพสู่พื้นที่ปลอดภัย