
พลังท้องถิ่นพุทธ-มุสลิมหนุนท่องเที่ยวทรายขาว..เติบโต
เป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว ที่เกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่จำนวนไม่น้อยระงับการเดินทางเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ ด้วยเหตุผลเรื่องของความไม่ปลอดภัย จนสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งตกอยู่ในภาวะร้า
เพราะพื้นที่แห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง อาทิ น้ำตกทรายขาว พระพุทธรูปปางแสดงยมกปาฏิหาริย์ ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสันกาลาคีรี หรือมัสยิดบาโงลางา ซึ่งมีอายุร่วม 300 ปี มีผู้เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะความสามัคคี ไม่แตกแยกของชาวบ้านทั้งพุทธและมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งรักใคร่กลมเกลียวกันมายาวนาน กลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่เกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย
ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวว่า ชุมชนทรายขาวถือเป็นต้นแบบทางด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่มีการบริหารจัดการกันเองทั้งหมด โดยไม่มีความขัดแย้งหรือแตกแยกใดๆ ระหว่างพี่น้องพุทธกับมุสลิม ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่พยายามสร้างกิจกรรมเพื่อกระตุ้นความคึกคักกันเองตลอดทั้งปี โดยมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในด้านการประชาสัมพันธ์ให้คนภายได้รับทราบเท่านั้น
"สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนทรายขาวแห่งนี้มีความหลากหลาย รวมถึงวิถีทางการเกษตรซึ่งปัจจุบันกลายเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ สะท้อนให้เห็นว่าพลังความเข้มแข็งและสามัคคีของชาวบ้าน เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนด้านการท่องเที่ยว ซึ่งพื้นที่อื่นควรศึกษาหรือใช้เป็นแนวทางในการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ตนเอง"
สมาน สีปูเต๊ะ กำนัน ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า การอยู่ร่วมกันของประชากรจำนวนกว่า 4,000 คน หรือ 1,100 ครัวเรือนโดยนับถือศาสนาอิสลาม 56% ส่วนที่เหลือนับถือศาสนาพุทธ อย่างสันติสุข ด้วยการร่วมกันวางแผนจัดการด้านท่องเที่ยว และร่วมใจในการดูแลพื้นที่ หรือพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อรองรับผู้มาเยือน"
เช่นเดียวกับ มะอาลี สาหมัด ชาวสวนในต.ทรายขาว บอกว่า ทุกคนในชุมชนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดต่างต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสันติสุขร่วมกัน ชุมชนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่พร้อมทำเพื่อส่วนรวม โดยหวังผลประโยชน์สูงสุดเดียวกันนั่นคือทำให้ท้องถิ่นที่อยู่อาศัยมีแต่ความรัก ความสามัคคี
สอดรับกับ จำลอง เจริญมูล หรือ ”ลุงดำ” ในฐานะมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ซึ่งขันอาสาทำหน้าที่ไกด์นำนักท่องเที่ยวสัมผัสทุกแง่มุมของแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนทรายขาว บอกว่า หากอยากให้ชุมชนของเรามีความคึกคักทั้งด้านการท่องเที่ยว และด้านเศรษฐกิจ ทุกคนต้องออกมามีส่วนร่วมอย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะท้ายที่สุดแล้วความร่วมแรงร่วมใจ และสามัคคีของทุกคนจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดในท้องถิ่นของเรา โดยที่ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร
เช่นเดียวกับ มะแอ เจ๊ะโด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว กล่าวว่า ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านร่วมกันทำงาน โดยผนึกกำลังกับเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่าสถานที่ท่องเที่ยวนี้คือสมบัติของชุมชน ดังนั้นการช่วยกันรักษาและดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
กรกฎ หาแก้ว อายุ 35 ปี นักท่องเที่ยวชาวอำเภอหลังสวน จ.ชุมพร หนึ่งในจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลงใหลพื้นที่แห่งนี้ระบุว่า เพิ่งมีโอกาสมาเที่ยวในชุมชนทรายขาวเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นไม่กล้าเข้ามาเที่ยวเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย กระทั่งครั้งนี้ได้ตัดสินใจมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ไม่น้อย เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่หลายแห่งสวยงามมาก และที่สำคัญประทับใจกับผู้คนในพื้นที่ซึ่งต้อนรับอย่างดีจนแทบลืมไปเลยว่าพื้นที่ ณ จุดที่ยืนนี้ คือเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยความอันตราย
"สุพิชฌาย์ รัตนะ"



