
"น้องจูน"คิวโชว์ตัวพรึ่บ เทควันโดจับฟิตต่อ
คิวโชว์ตัวเพียบ "น้องจูน" วรวงษ์ พงษ์พานิช เจ้าของเหรียญทองแรกยูธอลป. แต่ "บิ๊กเอ" พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคม ยังไม่ตัดสินใจให้ใครก่อน ต้องรอเดินทางกลับมาวันที่ 27 ส.ค. พร้อมกำชับให้เจ้าตัวฟิตต่อเนื่อง
นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ "น้องจูน" วรวงษ์ พงษ์พานิช นักเทควันโดสาวทีมชาติไทยวัย 16 ปีจากจ.พัทลุง ที่สามารถคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แรกให้วงการเทควันโดไทย อีกทั้งยังเป็นเหรียญทองเหรียญแรกในกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ ทำให้สมาคมได้เห็นการพัฒนาและแนวทางในการทำงานเกี่ยวกับนักเทควันโดระดับเยาวชนมากขึ้นว่า จะต้องดึงเอาหัวกะทิจากทั่วประเทศในการแข่งขันกีฬานักเรียน และกีฬาเยาวชนแห่งชาติทั้งในกทม. และต่างจังหวัดมาเก็บตัวฝึกซ้อมมากขึ้น เพราะบทพิสูจน์จากการดูแลเก็บตัวฝึกซ้อม "น้องจูน" มาตั้งแต่อายุ 13 ปีจนพัฒนามาถึงวันนี้ได้ถือว่า ทุกอย่างเดินมาถูกทางแล้ว
"อย่างไรก็ตามยูธโอลิมปิก ครั้งที่ 2 ที่จีนจะรับเป็นเจ้าภาพใน 4 ปีข้างหน้า สมาคมจะต้องเร่งสร้างนักเทควันโดสายเลือดใหม่ในระดับเยาวชนให้ไปสร้างผลงานที่ดีเช่นเดียวกับน้องจูน ดังนั้นการทำงานของสมาคมต่อจากนี้ไปจะพัฒนานักเทควันโดระดับเยาวชน และประชาชนทั่วไป หรือทีมชาติชุดใหญ่ไปพร้อมๆ กัน เพราะงบประมาณที่สมาคมได้รับแต่ละปีทั้งในส่วนของภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ให้การช่วยเหลือด้วยดีมาตลอดปีละ 17 ล้านบาท เราจะต้องใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์กับตัวนักกีฬามากที่สุด โดยเฉพาะในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีนปลายปีนี้ และโอลิมปิกปี 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะต้องทำผลงานที่ดีที่สุดกลับมา"
นายกสมาคมเทควันโดกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความสำเร็จของ น้องจูน ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รายการโทรทัศน์ต่างๆ รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารต่างๆ ได้จองคิวเข้ามายังสมาคม ที่จะขอสัมภาษณ์เยาวชนคนเก่งคนนี้แบบยาวเหยียด แต่สมาคมยังไม่ได้พิจารณาให้รายการใดก่อน เพราะต้องรอ น้องจูน เดินทางกลับมาพร้อมคณะนักกีฬาชุดใหญ่ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ถึงจะตัดสินใจได้ว่า มีคิวไปโชว์ตัว หรือต้องเดินสายขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนรายใดบ้าง ที่สำคัญสมาคมจะฟิตซ้อมดูแล น้องจูน ต่อเนื่อง เพราะอายุและการพัฒนายังไปได้อีกไกล แม้ว่าจะไม่มีชื่อใน "กวางโจวเกมส์" แต่อีก 2 ปีข้างหน้ากีฬาโอลิมปิกเกมส์ก็มีลุ้นผ่านรอบคัดเลือกได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงได้กำชับสตาฟฟ์โค้ชต้องดูแลเด็กคนนี้ให้ดีอย่าให้ฝีมือตกลงเหมือนนักเทควันโดคนอื่นๆ



