ข่าว

DSIยันชันสูตร91ศพม็อบแดงถูกต้องตามกม.

DSIยันชันสูตร91ศพม็อบแดงถูกต้องตามกม.

23 ส.ค. 2553

ดีเอสไอ ยัน ชันสูตร 91 ศพถูกต้องตามกฎหมาย ผลสอบสวน 3 เดือนไร้ผล รู้เพียงตายเพราะถูกยิงแต่ยังขาดหลักฐาน ชี้ มูลระบุมือสังหาร วอนสื่อให้ความเป็นธรรมอย่าเหมารวมว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ ด้านสถานทูตญี่ปุ่นส่งผู้แทนฟังการชี้แจงของก.ยุติธรรม

(23ส.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม อาคารซอฟแวร์ปาร์ค พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกันแถลงข่าวการสอบสวนคดีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมก่อความไม่สงบ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตญี่ปุ่นและผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมาก เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงรายละเอียดของกระทรวงยุติธรรม

 พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ขณะนี้มีคดีที่รับเป็นคดีพิเศษทั้งสิ้น 266 คดี เป็นคดีกับการก่อการร้าย 145 คดี คดีขู่บังคับรัฐบาล 21 คดี คดีทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน 80 คดี และกระทำผิดต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ 20 คดี ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. - 21 พ.ค. ดีเอสไอได้รับสำนวนจากตำรวจนครบาลและนิติเวชมาแล้ว 42 สำนวน โดยก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยอ้างว่าการชันสูตรไม่เป็นไปตามขั้นตอนนั้น ถือเป็นความเห็นที่คลาดเคลื่อน เพราะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นขั้นตอนจึงยังไม่ต้องส่งสำนวนให้ศาลไต่สวนสาเหตุการตาย เบื้องต้นจึงยังถือว่าการเสียชีวิตของ 91 ราย ถูกผู้อื่นทำให้เสียชีวิต เป็นการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ซึ่งการสอบสวนยังไม่มีข้อสรุปภาพรวมของผู้เสียชีวิตทั้งหมดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด ทราบเพียงสาเหตุการตาย และอาวุธที่ใช้

 พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวถึงการเสียชีวิตของนายฮิโรยูมิ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น กับนายฟาบิโอ โนเลนกี้ ช่างภาพชาวอิตาลีว่า ดีเอสไอให้ความสำคัญกับทั้ง 2 กรณีเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกทั้งทางการประเทศญี่ปุ่นติดตามความคืบหน้าตลอด ซึ่งในวันนี้ ( 23 ส.ค.) รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางพบนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงต่างประเทศของไทย เช่นเดียวกับประเทศอิตาลีที่ญาติและกระทรวงต่างประเทศอิตาลี ได้สอบถามความคืบหน้ามาตลอด แต่เบื้องต้นสรุปได้เพียงเป็นเสียชีวิตจากกระสุนปืนความเร็วสูง วิถีการยิงจากหน้าไปหลัง และชนิดของอาวุธ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เช่น ใครเป็นผู้กระทำยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากยังขาดประจักษ์พยานที่อยู่ข้างผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังมีทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตสูญหายไป 3 รายการ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน และกล้องดิจิตัล

 ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีพยานในเหตุการณ์ให้การว่าช่างภาพชาวญี่ปุ่นถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ในชั้นสอบสวนได้มีการเรียกพยานมาสอบถามแล้ว ไม่พบว่ามีพยานปากใดให้การตามที่เป็นข่าวการเสียชีวิตของทั้ง 91 รายยังไม่สามารถเหมารวมได้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมด จึงต้องขอความเป็นธรรมให้กับฝ่ายเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าในเหตุการณ์ความไม่สงบมีการแฝงตัวของชายชุดดำเข้าไปเกี่ยวข้อง แม้แต่พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ก็เสียชีวิตในเหตุการณ์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการสอบสวนที่ใช้เวลานาน 3 เดือน ไม่ถือเป็นความล่าช้า หากเทียบเคียงกับเหตุ 911 หรือลอนดอนบอมบ์มิ่ง ก็ใช้เวลาสอบสวนนานเป็นปีจึงจะเปิดเผยรายงานต่อสาธารณชน

 “ ดีเอสไอยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลการชันสูตรพลิกศพเป็นรายบุคคลได้ เพราะข้อมูลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ตัวจิ๊กซอว์ยังไม่ครบถ้วน แต่ยืนยันจะทำความจริงให้ปรากฏ บางรายก็มีข้อมูลพอสมควร แต่ยังไม่เห็นภาพรวมทั้ง 91 ศพ จึงขอเวลาสอบสวนต่อเพื่อให้ทราบว่าใครเป็นผู้ทำให้ตาย คดีนี้ไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดาที่พบศพในบ้าน มีร่องรอยงัดแงะ พยานหลักฐานอยู่ในวิสัยที่จะคลี่คลายได้ไม่ยากนักต่างจากคดีนี้ ” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

 ด้านพ.อ.เฟื่องวิชชุ์ กล่าวว่า สถิติผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบที่ผ่านมาว่า มีผู้ต้องขังแยกออกเป็น 4 ประเภท คือผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างสอบสวน 169 คน ผู้ต้องขังคดีเด็ดขาด 12 คน กักขังแทนค่าปรับ 2 คน และผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ฎีกา 22 คน รวม 209 คน