ข่าว

'จตุพร'นำทีมเข้าฟังไต่สวนคดียุบปชป.

'จตุพร'นำทีมเข้าฟังไต่สวนคดียุบปชป.

23 ส.ค. 2553

"จตุพร"นำทีมเพื่อไทยเข้าร่วมฟังไต่สวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์หลัง ศาลรธน.นัดไต่สวนพยานนัดที่ 2 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. วันนี้

(23ส.ค.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เวลา 09.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายมานิต จิตต์จันทร์กลับ และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอเข้ารับฟังการไต่สวนพยานคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในนัดที่ 2 โดยนายจตุพร ระบุว่า ที่มาครั้งนี้ไม่ได้มากดดันศาล แต่ต้องการมาศึกษาแนวทางเพราะที่ผ่านมาคดียุบพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เปิดโอกาสให้ไต่สวนพยานเช่นนี้ เช่นเดียวกับคดียุบพรรคอื่นๆ จากการใช้จ่ายเงินกองทุน เพื่อพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์ ก็ไม่เปิดโอกาสให้ไต่สวนพยานเช่นกัน

 นอกจากนี้การไต่สวนพยานคดีนี้ พยานหลายคนอยู่ในความคุ้มครองของพรบ.คุ้มครองพยานของดีเอสไอ แต่ถูกนำมาซักในศาล หรือกรณีที่รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ได้พบกับนายประจวบ สังข์ขาว ท่ามกลางกกระแสข่าวว่า นายประจวบจะกลับคำให้การ

 นายจตุพร กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถทำลายความน่าเชื่อถือของศาลได้ แต่ที่ผ่านมาศาลปฏิบัติในกรณีต่างๆ ไม่เหมือนกัน วันนี้พวกตนจึงต้องมาศึกษาดูแนวทางเอาไว้ เพื่อวันหนึ่งพรรคเพื่อไทยจะต้องโดนเช่นกันบ้าง

ถามถึงแนวการต่อสู้คดีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ ระบุว่า กกต.ถูกดดันจากกลุ่มเสื้อแดง นายจตุพร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2548 และความผิดสำเร็จแล้ว คนเสื้อแดงมาเกิดขึ้นทีหลัง และเขามาเรียกร้องเพื่อขอให้ดำเนินการและทำให้เกิดความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์เพื่อพิจารณาไต่สวนพยานคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ โดยวันนี้เป็นการไต่สวนพยานในส่วนของ เจ้าหน้าที่กกต. ซึ่งมีทั้งสิ้นห้าปาก ประกอบด้วย นายปกครอง สุนทรสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาฯกกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง นายกฤช เอื้อวงศ์ ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมือง นายอนุชิต ปราสาททอง ผอ.สำนักสนับสนุนโดยรัฐ และ นางวราภรณ์ ณ ป้อมเพชร เจ้าหน้าที่ กกต. ที่รับผิดชอบคดีดังกล่าว

ซึ่งต้องจับตาดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาติตามที่พรรคประชาธิปัตย์ ขอคัดค้านการเบิกพยานสี่ปาก เว้นแต่เพียงนายปกครองคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากที่เหลือ ได้เข้าร่วมรับฟังการไต่สวนพยานในนัดแรก ซึ่งอาจจะทำให้ฝ่าย กกต. ล่วงรู้แนวทางการต่อสู้คดี หรือไม่

นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูด้วยว่าหาก คำคัดค้านพยานไม่เป็นผล พรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำลายความน่าเชื่อถือของพยาน ในประเด็นต่างๆ อาทิ นามสกุลของนางวราภรณ์ ที่ไปพ้องกับ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือการถูกกดดันให้เอาผิดจากกลุ่มคนเสื้อแดง และประเด็นเรื่องการทำงานเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของ กกต. ชุดต่างๆ