ข่าว

อภิสิทธิ์เปิดงานOTOPเสริมรายได้ปชช.

อภิสิทธิ์เปิดงานOTOPเสริมรายได้ปชช.

22 ส.ค. 2553

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน OTOP Midyear 2010 ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และเพิ่มช่องทางการตลาดและการสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่  22 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “OTOP Midyear 2010 : ผนึกใจ ชิม ชม ชอป” ณ เวทีกลางภายในอาคารชาแลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.โมริฮิโกะ ฮิรามัสสึ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแลกเปลี่ยนนานาชาติ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น นางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 75 จังหวัด ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานในนามของคณะกรรมการจัดงาน OTOP Midyear 2010 ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นโครงการตามนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP ทั้งนี้ การจัดงาน OTOP Midyear 2009 ครั้งล่าสุด ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 700 ล้านบาท นับว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเกินกว่า 5 เท่า และในปีนี้กระทรวงมหาดไทยยังได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP ผ่านรายการ OTOP Shop Channel ทางสถานีโทรทัศน์มหาดไทยด้วย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงและสั่งซื้อสินค้า OTOP ของแต่ละจังหวัดได้ง่ายและสะดวกขึ้น

 สำหรับปีงบประมาณ 2553 คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ ได้เห็นชอบให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน OTOP Midyear 2010 ขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 สิงหาคม 2553 โดยได้นำสินค้าระดับ 3-5 ดาวจำนวน 2,128 บูธ ประกอบด้วยสินค้าที่เป็นที่นิยมของชาวไทย และชาวต่างประเทศ ทุกประเภท อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าไหม ผ้าทอมือ เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร อีกทั้งยังได้จัดบูธจำหน่ายสินค้าสำหรับผู้พิการไว้ด้วย นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมอาหารอร่อยจากทุกภาคทั่วประเทศมาร่วมรายการ OTOP ชวนชิมอีกจำนวน 120 ร้านค้า มีการประกวดผลงานเครือข่ายองค์ความรู้ OTOP จาก 75 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแหล่งความรู้ในท้องถิ่นและชุมชนมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานทางด้านเทคโนโลยีการผลิตที่เกี่ยวข้อง มีการเสริมสร้างความรู้ สร้างทักษะ และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีความโดดเด่นมีคุณภาพมาตรฐาน พร้อมที่จะจำหน่ายทั้งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์นั้นยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างเด่นชัด โดยเปิดโอกาสให้คณะกรรมการ KBO ของทุกจังหวัด นำผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP มานำเสนอด้วย และเพื่อกำหนดแผนและทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นรูปธรรมในระยะ 2 ปีต่อจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน จัด Workshop เพื่อการพัฒนา OTOP ในอนาคต คือระหว่างปี 2554-2555 โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตลอดจนธนาคารภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ณ โรงแรมปริ้นซ์พาเลส โดยจะนำผลการหารือเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและเริ่มดำเนินการตามแผนในปีงบประมาณ 2554 ต่อไป

 นอกจากนี้ได้เพิ่มช่องทางการตลาดให้สินค้า OTOP นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าในงานเทศกาลต่าง ๆ ภายในจังหวัดแล้ว ยังได้สนับสนุนจัด Roadshow ไปจำหน่ายสินค้าตามภูมิภาคเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง โดยในปีงบประมาณ 2553 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลา 9 เดือนมียอดจำหน่ายจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 42,600 ล้านบาท เป็นผลดีแก่การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้จำนวนมากไปสู่ชุมชน การจัดงาน OTOP Midyear 2010 ได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ได้ให้ความเอาใจใส่ และสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้อย่างเต็มความสามารถ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานอย่างหนาแน่นตลอดระยะเวลาการจัดงาน 9 วัน คงกว่า 700,000 คน และจะมียอดการจำหน่ายสินค้าตลอดงานไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท

 โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2010 ที่กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันจัดขึ้นในวันนี้ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับฐานรากของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งหนึ่งในมาตรการหรือนโยบายดังกล่าวก็คือการสนับสนุนและสานต่อโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ชุมชนนั้นเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ แหล่งเงินทุน การพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการ การผลิต และการตลาดมากยิ่งขึ้น

 นายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความชื่นชมที่แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากการสร้างรายได้ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ให้แก่พี่น้องประชาชนแล้ว ยังสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ในรากฐานของแต่ละชุมชน และพี่น้องประชาชนคนไทยในภาพรวมด้วย ซึ่งคิดว่าการเติบโตของ OTOP หรือหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่ได้มีโอกาสมาแสดงและขายสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงกลางปี หรืองานประจำปี ที่มีผู้เข้าชม และมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการยืนยันอย่างดีถึงศักยภาพความสามารถของชุมชน พร้อม ๆ กับความสนใจของพี่น้องประชาชนคนไทยเอง ที่อยากจะส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆเหล่านี้

 นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของมาตรฐาน การนำองค์ความรู้และวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อที่จะมาช่วยตั้งแต่ขั้นตอนในเรื่องของเทคนิค และการออกแบบของการผลิต ไปจนถึงเรื่องของการตลาด ที่จำเป็นจะต้องอาศัยช่องทางที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากการที่ได้มีโอกาสพบปะกับเครือข่ายของ OTOP และได้มีการแลกเปลี่ยนถึงแนวทางที่รัฐบาลจะสามารถให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ได้ และได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานอย่างที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ การทำโครงการในการฝึกอบรม ในเรื่องขององค์ความรู้ การพัฒนา ในเรื่องของคุณภาพและนำไปสู่การรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงการที่ OTOP 5 ดาว สามารถที่จะปรับขึ้นไปเป็นวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีได้

 นอกจากนั้น ปัจจุบันรัฐบาลยังมีนโยบายในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ Creative Economy ซึ่งเป็นการพูดถึงการนำเอาความคิดและองค์ความรู้มาต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งมีรากฐาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม หรือทรัพยากรของชุมชนและท้องถิ่น การนำเอาการเพิ่มมูลค่าโดยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหัวใจของ Creative Economy หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้น จะเป็นก้าวสำคัญต่อไปของหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์หรือ OTOP ด้วย

 ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่าการจัดงานในวันนี้เป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่งถึง ความตั้งใจของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และเป็นการเพิ่มช่องทางในเรื่องของการตลาดและการสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน พร้อมทั้งขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ผู้ที่มีส่วนร่วมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 75 จังหวัด และผู้ประกอบการ OTOP จากชุมชนทั่วประเทศ ที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าในงาน ซึ่งรัฐบาลขอเป็นกำลังใจและพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่ต่อไป