
ชีวิตขาขึ้นของกอร์ดอน บราวน์
เป็นเรื่องปรกติของผู้นำประเทศตะวันตก ยามเมื่อตกกระป๋องการเมือง ก็ต้องกินบุญเก่าที่สั่งสมมาสมัยที่ยังสวมหัวโขนอยู่ โดยอาชีพสุดฮิตและสุดเฟื่องฟูของอดีตผู้นำเหล่านั้นก็คือการเดินทางรอบโลกเพื่อขายประสบการณ์หรือโปรโมทหนังสือความทรงจำของตัวเอง
นายจอร์จ บุช ผู้พ่อและนายบิล คลินตัน ล้วนแต่เป็นอดีตผู้นำอเมริกันที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากอาชีพใหม่นี้ เช่นเดียวกับนายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่มีรายได้หลายล้านดอลลาร์จากการเดินสายบรรยายภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือนหลังก้าวลงจากตำแหน่ง จนกระทั่งมีคนประเมินว่าเมื่อปีที่แล้วได้กลายเป็นนักบรรยายที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปแล้ว
ขณะที่อดีตผู้นำอีกคนหนึ่งที่กำลังเจริญรอยตาม ทั้งๆ ที่เคยประกาศว่าจะไม่ทิ้งอาชีพนักการเมือง หรือนำประสบการณ์จากการเคยเป็นนายกรัฐมนตรีไปแลกกับเงินสด แต่อยากจะอยู่อย่างสงบ ใช้ชีวิตเรียบง่ายมากกว่า ก็คือนายกอร์ดอน บราวน์ ซึ่งหลังจากหอบกระเป๋าออกจากบ้านเลขที่ 10 ก็เนื้อหอมขึ้นมาทันตาเห็น
"น้ำขึ้นให้รับตัก" ฉันใด กอร์ดอน บราวน์ก็รีบคว้าโอกาสทองที่หยิบยื่นมาให้ปั๊บ รีบจรดปากกาเซ็นสัญญากับเอเยนซี ในลอนดอนตอบรับคำเชิญไปบรรยายในงานต่างๆ โดยคิดค่าเหนื่อยครั้งละ 1 แสนดอลลาร์ (ราวกว่า 3 ล้านบาท) โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องเดินสายไปพูดที่ไหน ในตะวันออกกลางหรือเอเชีย
แต่ค่าเหนื่อยนี้ ยังไม่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ ที่คนเชิญจะต้องจัดและจ่ายให้ ตั้งแต่ค่าโรงแรมระดับ 5 ดาว ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสสำหรับนายบราวน์ 1 ที่ บวกกับชั้นบิสซิเนสคลาสอีก 3 ที่ สำหรับเลขาฯ ส่วนตัวและผู้ติดตาม และในกรณีที่นางซาราห์ บราวน์ ไปร่วมปรากฏตัวด้วย ผู้จัดจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 2 หมื่นดอลลาร์
ว่ากันว่า นายแบลร์ได้รับค่าเหนื่อยจากการบรรยาย 2 ครั้ง ภายในวันเดียวที่ฟิลิปปินส์ถึง 20 ล้านบาท ทำให้ตอนนี้มีทรัพย์สินส่วนตัวพุ่งเป็นกว่า 750 ล้านบาทแล้ว แต่ก็วางแผนเตรียมบริจาคเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการเขียนอัตชีวประวัติของตัวเอง รวมถึงเงินที่ได้รับล่วงหน้า 230 ล้านบาท ให้แก่ โรยัล บริติช รีเจียน
สำหรับเนื้อหาที่พูดก็แสนจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เพราะเน้นประเด็นที่ตัวเองกำลังขะมักเขม้นเขียนในหนังสือเล่มใหม่เรื่อง "เดอะ ไฟแนนเชี่ยล ไครซิส" หรือ "วิกฤติการเงิน" เผยกลวิธีที่อังกฤษใช้รับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจ
อีกไม่นาน ก็อาจมีคนบ้าเห่อยอมทุ่มเงินเชิญนายบราวน์มาปราศรัยในแดนดินถิ่นลุ่มเจ้าพระยาก็ได้ ใครจะรู้
บุญรัตน์ อภิชาติไจรสรณ์



