
ซีพีฟันธงราคาข้าววกกลับ"ขาขึ้น"หลายชาติเจอภัยแล้ง-ดันส่งออกครึ่งปีหลังเพิ่ม
ซีพีฟันธงราคาข้าวโลกช่วงปลายปีมีแนวโน้มขาขึ้น คาดขยับอีกกก.ละ 1 บาท เหตุหลายประเทศเจอภาวะภัยแล้ง ขณะที่ข้าวสาลี-ข้าวโพดราคาพุ่ง หนุนให้ความต้องการข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น ดันส่งออกปีนี้ใกล้เคียงเป้าหมายทั้งปี 8.5 ล้านตัน
นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกข้าวของไทยในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี 2553 มีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากชะลอตัวนานกว่า 4-5 เดือน และส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกขยับสูงขึ้นอีก 20-40 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลต่อราคาข้าวในประเทศให้ขยับเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละประมาณ 1 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) จากปัจจุบัน ราคาข้าวขาว 5% อยู่ที่กิโลกรัมละ 14 บาท เป็น 15 บาท และราคาข้าวนึ่งกิโลกรัมละ 15 บาท เป็น 16 บาท คิดเป็นปรับสูงขึ้นราว 6-7%
ทั้งนี้ มีปัจจัยมาจากสภาพภูมิอากาศแห้งแล้งในประเทศแถบยุโรป และรัสเซีย ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวสาลี ส่งผลให้ข้าวสาลีในขณะนี้ปรับสูงขึ้นไปกว่า 30% เช่นเดียวกับราคาข้าวโพดในตลาดโลกที่แพงขึ้น ทำให้มีความต้องการซื้อข้าวเพิ่มมากขึ้น ส่วนเวียดนาม แม้จะมีคำสั่งซื้อข้าวเวียดนามมากขึ้นก็จริง แต่ยังไม่แน่ใจว่าเวียดนามจะสามารถส่งข้าวได้ครบตามคำสั่งซื้อหรือไม่
ด้านการเพาะปลูกข้าวของหลายประเทศก็ลดลง โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ ทำให้ต้องนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ส่วนอินเดียปัจจุบันเจอปัญหาภัยแล้งทำให้ไม่สามารถส่งออกข้าวได้ ด้านผลผลิตข้าวของอินโดนีเซียก็มีปริมาณสำหรับบริโภคภายในประเทศเท่านั้น ด้านกัมพูชาและไทย ยังต้องติดตามเรื่องปัญหาฝนทิ้งช่วง แม้จะมีฝนตกมาในระยะนี้ แต่ก็ต้องดูอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมและกรกฎาคม
“ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณชี้ไปในทางบวกต่อการส่งออกและราคาข้าวของไทย โดยมองว่าจุดต่ำสุดของราคาข้าวไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว และช่วงเดือนกรกฎาคมน่าจะได้เห็นราคาข้าวเริ่มขยับสูงขึ้น” นายสุเมธกล่าวและว่า ครึ่งปีหลังนับเป็นโอกาสของการส่งออกข้าวไทย ซึ่งทั้งปีน่าจะส่งออกได้ 8.5-9 ล้านตัน ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวโดยการลดต้นทุน แต่จะต้องคงคุณภาพที่ดีเอาไว้
นายชูเกียรติ โอภาสวงการ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การส่งออกข้าวของไทยช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ค่อนข้างชะลอตัว โดยส่งออกเพียง 4.7 ล้านตัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ 8.5 ล้านตัน และได้ลดประมาณการทั้งปีลงเหลือ 8 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหลือจากนี้มองว่าแนวโน้มการส่งออกข้าวจะดีขึ้น และทำให้ทั้งปีการส่งออกเพิ่มขึ้นมาได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิม เนื่องจากปากีสถานเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งออกข้าวได้ และลูกค้าสำคัญคือบังกลาเทศต้องหันไปซื้อข้าวจากเวียดนามมากขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้เวียดนามจะส่งออกข้าวได้น้อยลง จึงเป็นโอกาสที่ข้าวของไทยโดยเฉพาะข้าวนึ่ง มีแนวโน้มส่งออกเพิ่มขึ้น



