ข่าว

เงื่อนงำในการสั่งฟ้องคดี

เงื่อนงำในการสั่งฟ้องคดี

23 ส.ค. 2553

พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่และข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม ได้สร้างความสงสัยในการใช้ดุลพินิจในการสั่งการ นับตั้งแต่การรวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับ สอบสวน ดำเนินคดี สั่งฟ้อง ตามขั้นตอนจากตำรวจถึงพนักงานอัยการ

 และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลอย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าสามารถเป็นที่พึ่งในการเรียกร้องความยุติธรรม ไม่ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายกระทำความผิด หรือเป็นเหยื่อของการถูกกระทำก็ตามในบางกรณี การเคร่งครัดต่อกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม เมตตาธรรม และหลักรัฐศาสตร์ ย่อมสร้างปัญหาสังคมต่อเนื่อง สร้างความรู้สึกให้เป็นปฏิปักษ์ต่อบ้านเมือง ถ้าเจ้าหน้าที่สร้างหลักฐาน พยานวัตถุ หรือบุคคลอันเป็นเท็จเพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดความอยุติธรรม เป็นอาชญากรรมกระทำโดยเจ้าหน้าที่เสียเอง

 ขณะเดียวกัน ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติงาน เช่นการสั่งไม่ฟ้อง หรืออ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ หาทางโยกโย้ให้คดีหมดอายุความ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าทุกข์ ก็เป็นการกระทำซึ่งไม่ยุติธรรม น่ารังเกียจเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยมีอามิสสินจ้าง แรงจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่กรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ก็เช่นเดียวกัน เรื่องนี้ยืดเยื้อจนเป็นประเด็นว่าคดีนี้หมดอายุความ 10 ปีแล้วหรือยัง และเป็นคดีเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักการเมือง นักธุรกิจทรงอิทธิพลถูกสอบสวนโดยองค์กรอิสระ และชี้มูลความผิด อีกคดีเกี่ยวข้องกับการสั่งไม่ฟ้องผู้เกี่ยวข้องในคดีการจัดซื้อเรือและรถดับเพลิง ซึ่งได้สร้างความสงสัยว่ามีเงื่อนงำ หรือผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้ทรงอิทธิพล มีเครือข่ายการเมือง หรือเป็นเพราะเหตุอื่นใดหรือไม่ ความสงสัยเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ และใช้ดุลพินิจ และการวิเคราะห์หลักฐานโดยเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น

 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความจากสภาทนายความ รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสนาะ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา มาตรา 148 ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ จ.ปทุมธานี โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดพร้อมคู่ความวันที่ 16 กันยายน

 ก่อนหน้านี้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าคดีขาดอายุความ จึงไม่ยื่นฟ้องคดี แต่เมื่อทนายความได้ตรวจสอบสำนวนศึกษาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าคดียังไม่ขาดอายุความ จึงนำคดีมายื่นฟ้องศาลฎีกาฯ เพื่อให้ศาลฎีกาฯ มีคำวินิจฉัยเองว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ การวินิจฉัยก็จะเป็นบรรทัดฐาน และเป็นผลประโยชน์ของบ้านเมือง นี่เป็นกรณีหนึ่งที่จะพิสูจน์ว่ามุมมองทางกฎหมายและการใช้ดุลพินิจนั้นถูกต้องหรือไม่