ข่าว

น้ำทะลักเข้าท่วมเมืองชัยภูมิเสียหายกว่า100หลัง

น้ำทะลักเข้าท่วมเมืองชัยภูมิเสียหายกว่า100หลัง

22 ส.ค. 2553

ชัยภูมิฝนถล่มหนักต่อเนื่องหลายวัน น้ำป่าหลากขยายวงท่วมทั่วเมืองบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำซูง 50 ซม. เตือนชาวบ้านเกาะติดข่าวแจ้งเตือนทางจังหวัดตลอด 24 ชม. จังหวัดลำปางอ่วม น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม 7 อำเภอในพื้นที่ ชาวบ้านสูญหายแล้ว 1 ราย

จ.ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นวันที่สามบนเทือกเขาภูแลนคา ฝั่งทิศใต้ เขต ต.ห้วยต้อนอำเภอเมืองชัยภูมิ ทำให้น้ำป่าไหลหลากล้นอ่างเก็บน้ำห้วยยางบ่า ความจุกว่า 11 ล้าน ลบ.เมตร ต.โคกสูงเข้าท่วมสู่ตัวเมืองเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมแล้วหลายร้อยหลังคาเรือน ในเขตชุมชนโนนสาทร,เมืองน้อยใต้,กุดแคน,หนองบ่อ,หนองหลอด,ชุมชนขี้เหล็กใหญ่ และสถานที่ราชการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจ.ชัยภูมิ (สวท.) มีปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 30-50 ซม. และยังมีปริมาณระดับน้ำสูงเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆเนื่องจากยังมีฝนตกหนักมีน้ำป่าบนเทือกเขาภูแลนคาไหลหลากผ่านเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง

 ล่าสุดฝนถล่มหนักด้านทิศเหนือ ของเทือกเขาภูแลนคา ทำให้มีปริมาณน้ำบนเขื่อนลำปะทาว เขต อ.แก้งคร้อ ทั้งตอนบนความจุกว่า 44 ล้าน ลบ.เมตร และตอนล่างความจุกว่า 16 ล้าน ลบเมตร มีปริมาณน้ำล้นสันเขื่อนเพิ่มสูงกว่า 20 เซนติเมตร ไหลทะลักเข้าท่วมตัวเมืองชัยภูมิเพิ่มอีกทางด้านทิศเหนือเข้าตัวเมืองเป็นวงกว้างท่วมตัวเมืองมากขึ้น ในเขต 25 ชุมชน เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ สูงกว่า 50 เซนติเมตร สถานที่ราชการโรงเรียนอนุบาลชัยภูมิ,โรงเรียนเทศบาล 4 ,โรงพยาบาลชัยภูมิ  และบริเวณรอบอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ไม่สามารถให้รถทุกชนิดสัญจรผ่านไปมาได้

 ด้านนายบรรยงค์  เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ หลังวานนี้ได้จัดชุดเร่งแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในโซนน้ำป่าบนภูเทือกเขาภูแลนคาทิศใต้ไหลหลากเข้าม่วมเมือง ต้องคอยติดตามสถานการณ์การแจ้งเตือนจากทางจังหวัดอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากมีปริมาณน้ำท่วมขึ้นสูงผิดสังเกตขอให้รีบเก็บสิ่งขอมีค่าขึ้นสูงที่สูงไว้ก่อนทันที

 ส่วนการเร่งแก้ปัญหาขณะนี้ทางเทศบาลเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปแล้ว จำนวน 8 จุด มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ล่าสุดเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่นอกเมืองลงหนองตาดำ ได้มีการเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีกกว่า 12 จุด เพื่อเร่งระบายน้ำเป็นการด่วน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้ระดับน้ำทรงตัวและไม่ขยายวงท่วมเพิ่มขึ้นอีกได้ ถ้าฝนหยุดตกและไม่มีน้ำป่าหลากเข้ามาเพิ่มเติม

 ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลจึงจำเป็นต้องคอยติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากบนเทือกเขาภูแลนคาต่อเนื่อง หากมีปริมาณน้ำลงมามาก เครื่องสูบน้ำอาจระบายไม่ทัน จำเป็นต้องรีบอพยพขึ้นสู่ที่สูงไว้ก่อนหากมีการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดได้ทันที

ลำปางน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม  7 อำเภอ

 หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.ลำปาง นายกฤษเพชร เพชรบูรณนิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้รับรายงานว่า ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่ 7 อำเภอได้แก่ อ.เมืองลำปาง เมืองปาน แจ้ห่ม วังเหนือ เกาะคา ห้างฉัตร และเถินรวม 11 อำเภอ   ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่

 เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ประมาณ  700 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.แม่ปะ และ ต.เวียงหมอก อ.เถิน ต.ทุ่งกว๋าว  ต.บ้านขอ และ ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน  ต.บ้านค่า และ ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เพราะระดับน้ำในลำห้วยยังมีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำยังท่วมบ้านเรือนราษฎร สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน ที่ถือว่าสถานการณ์หนักเนื่องจากบนยอดเขาสูงยังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลท่วมบ้านเรือนราษฎรสูงขึ้นเรื่อยๆ 
 
 นายชำนาญ เลียบโลก นายกอบต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ อบต.พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รุดออกไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ 8 หมู่บ้านของ ต.หัวเมือง หลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน มาตามลำห้วยแม่เต๊อะ ขณะนี้ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำมีความสูงกว่า 1.50 เมตร ทำให้ชาวบ้านได้เร่งขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นพื้นที่อยู่  เพราะเกรงว่าปริมาณน้ำป่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก    

 จากการสำรวจพื้นที่ขณะนี้ พบว่า ถนนเชื่อมต่อหมู่บ้านระหว่างบ้านขาม ม. 1 และบ้านต้นงุ้น ม. 3 ถูกกระแสน้ำป่าท่วม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้  ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ของบ้านต้นงุ้น ม. 3 ยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะสะพานคอนกรีตขนาดเล็กเพียงแห่งเดียวที่จะเข้าหมู่บ้านถูกกระแสน้ำป่าไหลท่วมความสูงกว่า 2 เมตร รถ ทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้

 ในส่วน อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ ที่เกิดน้ำป่าไหลหลากมาตามลำห้วยแม่ยาว ซึ่งเป็นน้ำป่าจากยอดเขาสูงเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ได้ไหล่ท่วมบ้านเรือนราษฎรหลาย หลังคาเรือน ในพื้นที่ ต.ไหล่หิน และทำให้มีผู้สูญหาย   1 คน คือนาย นคร จินะการ อายุ 30 ปี ราษฎรบ้านไหล่หิน ม.2 ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง   ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาศพอยู่   ส่วน อ.แจ้ห่ม  ลำห้วยแม่ลา และลำห้วยแม่ผึ้ง ในพื้นที่ ต.บ้านสา จากน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาเป็นจำนวนมาก ได้เอ่อไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 50 หลังคาเรือน ในเขตพื้นที่ ต.บ้านสา ระดับน้ำสูงเกือบ 1  เมตร โดยมีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านในพื้นที่ ถูกกระแสน้ำป่าไหลที่ไหลเชี่ยวกราดพัดไปกับสายน้ำ และยังมีรถถูกท่วมอีกหลายคัน นอกจากนี้ บริเวณหน้าวัดสามัคคี ต.บ้านสา ยังมี น้ำป่าไหลผ่านถนน ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถขับผ่านไปมาได้ เพราะระดับน้ำไหลผ่านสูงกว่า 1 เมตร

 ขณะที่ พื้นที่ของ อ.เถิน จ.ลำปาง ก็เกิดน้ำป่าไหลหลากเช่นกัน   โดยนายเที่ยง   สิทธิเสนา ประธานสภาอบต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ. 02.00 น.วันที่ 22 ส.ค.  2553 ที่ผ่านมา  ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากไหลมาตามลำห้วยแม่ปะ เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านแม่ปะหลวง ม.1 และแม่ปะดอย ม.7 ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง โดยระดับสูงประมาณ 80 เซนติเมตร    ทำให้บ้านเรือนราษฎรกว่า 400 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ทำให้พื้นที่การเกษตร กว่า 500 ไร่ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงและเกือบจะกลับเข้า ภาวะปกติแล้ว ซึ่งทางอบต.ได้นำน้ำดื่ม พร้อมอาหารกล่อง ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว รวมทั้งจะได้เร่งออกสำรวจความเสียหาย เพื่อแจ้งหให้ทางอำเภอทราบและให้ การช่วยเหลือต่อไป

 ส่วนพื้นที่ อ.ห้างฉัตร ทางจ้าหน้าที่อำเภอห้างฉัตร ได้ออกสำรวจในพื้นที่แล้ว หลังได้รับรายงานว่า ระดับน้ำแม่ตาล และน้ำแม่ยาว ได้เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆเกือบล้านตลิ่งแล้ว ซึ่งทางอำเภอได้ เร่งแจ้งให้ชาวบ้านที่อาศัยใกล้กับลำน้ำแม่ตาล เฝ้าระวัง เพราะว่าระดับอาจจะสูงขึ้น