ข่าว

อภิสิทธิ์พร้อมคุยฮุนเซนเวทีอาเซม

อภิสิทธิ์พร้อมคุยฮุนเซนเวทีอาเซม

22 ส.ค. 2553

"มาร์ค"พร้อมคุย"ฮุนเซน"ในเวทีอาเซมหาทางยุติความขัดแย้งสองประเทศรวมถึงปัญหาเขาพระวิหาร เผยระดับรมต.คุยกันตลอดเวลา สามารถติดต่อ3คนไทยถูกเขมรจับได้แล้ว

(22ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่โฆษกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ออกมาบอกนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ พร้อมจะช่วยเจรจาปัญหาไทย-กัมพูชา ว่า  จริงๆ แล้วถ้าตรวจสอบในรายละเอียดของการพูดการแสดงท่าทีของสหประชาชาติ คือ เขาสนับสนุนให้ไทย-กัมพูชาคุยกันเอง เพียงแต่เป็นการแสดงเจตนาว่าเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่หลักของเขาคือจะเข้ามาก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจกัน ตนขอยืนยันอย่างมั่นใจว่าเรื่องนี้ในที่สุดแล้วสองฝ่ายคุยกันเองได้ และที่มีการพูดกันว่าไปประชุมอาเซ็มฯ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไปด้วยและตนเองก็ไปด้วยนั้น คงจะไปคุยกันตรงนั้นได้ คงไม่ต้องไปดึงเอาองค์กรที่เป็นองค์ระหว่างประเทศหรือประเทศที่สามเข้ามา

 เมื่อถามว่า การประชุมอาเซ็มฯจะมีการนัดคุยกันก่อนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าในระดับของรัฐมนตรีหรือเจ้าหน้าที่หรือพื้นที่จะมีการคุยกันได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ต้องทำหนังสือขอบคุณความหวังดีไปทางยูเอ็นหรือไม่ พร้อมกับบอกว่าเราเองสามารถเจรจากันได้ระหว่างไทย-กัมพูชานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศมีการติดต่อประสานงานกันตลอด

 เมื่อถามว่าประเมินท่าทีของสมเด็จ ฮุนเซน เป็นอย่างไรในตอนนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองยังเชื่อว่าไม่มีรัฐบาลของฝ่ายไหนต้องการให้เกิดปัญหาการปะทะกัน ฉะนั้นอันนี้เป็นจุดที่เราทั้งสองฝ่ายต้องตระหนักอยู่แล้วว่าเป็นเพื่อนบ้าน ยังไงก็เป็นเพื่อนบ้านกันต่อไปและอยู่ในอาเซียนก็ต้องหาทางออกด้วยกัน

 “ผมยังเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น คือ แรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศก็จะมีเป็นธรรมดา แต่ผมคิดว่าในภาพใหญ่ทางจะเดินมันไปได้ เพียงแต่ว่าต้องทำความเข้าใจกันในรายละเอียด บางเขาไปเข้าใจว่าเราจงใจในการถ่วงเวลาในเรื่องของสภาฯเรื่องของอะไร แต่จริงระบบของเราในสภาฯมันไม่อะไรเร็วอย่างนั้น ซึ่งเป็นปกติของประเทศประชาธิปไตย ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามต่อว่า หากได้คุยกันอย่างเป็นทางการคือว่าจะทำให้ทั้งสองประเทศเข้าใจกันมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางการหรือไม่ทางการ คิดว่าคงจะดีขึ้น เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ผู้ว่าจังหวัดสุรินทร์ ทำหนังสือถึงผู้ว่าจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา กรณีขอให้ส่งตัวสามคนไทย ที่หาของป่าแล้วแนวชายแดนแล้วถูกทหารกัมพูชาควบคุมตัวไว้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังแก้ไขปัญหาได้อยู่ ซึ่งการพูดคุยในระดับพื้นที่ยังเป็นไปด้วยดี คงจะแก้ปัญหาได้ 

สามารถติดต่อ3คนไทยถูกเขมรจับได้แล้ว

 จากกรณีที่ 3 คนไทยถูกเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาจับตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.2553 มี นายสนอง วงเจริญ อายุ 37 ปี และนายลิ้ม พงษ์เพชร อายุ 39 ปี  ชาวบ้านตาโมม หมู่ที่ 3 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์  และนายแลน ทรัพย์ศรี ชาวบ้านคันนา    หมู่ 7 ตำบลตาตูม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ที่ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กัมพูชา กองร้อยที่ 420 ปฎิบัติงาน ที่บ้านตระเบียงเตา อ.โอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย ทำการจับกุม และควบคุมชาวไทย ทั้ง 3 คน พร้อมด้วยอาวุธปืนยาวปืนแก๊ป จำนวน 3 กระบอก และโทรศัพท์มือถือ  หลังเข้าไปหาเก็บเห็ดป่าและล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าชายแดนไทย-กัมพูชาใกล้หมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องทางช่องพราน ติดชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านคันนา ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และเดินทางหลงป่าเข้าไปในเขตพื้นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งนายระพี ผ่องบุพกิจ  ผวจ.สุรินทร์ ได้ทำหนังสือประสานงานกับ ผวจ.เสียมราฐ และ รอง ผวจ.อุดรมีชัยประเทศกัมพูชาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทราบว่าทั้ง 3 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

 ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 ส.ค. 2553 นายระพี ผ่องบุผกิจ ผวจ. สุรินทร์ เผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์มาตลอด จนสามารถติดต่อพูดคุยกับคนไทยทั้ง 3 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาจับตัวไปได้แล้ว ทุกคนบอกว่าสบายดีฝากบอกลูกเมียญาติ ๆ ว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายแต่อย่างใร และขอให้ทาง ผวจ.สุรินทร์ช่วยเอาตัวกลับประเทศไทยด้วย ซึ่งขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของไทยนำเสื้อผ้า ยารักษาโรค พร้อมของกินของใช้ไปให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือดูแลในเบื้องต้นก่อน

ทหารเขมรโหดตั้ง5จุดรีดภาษีแม่ค้านำเข้าสินค้าไทย

       เมื่อวเลา 09.00 น.ที่จุดผ่านด่านถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศค้าขายจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ เป็นไปด้วยความคึกคักมีบรรยากาศแห่งมิตรภาพของทั้ง 2 ประเทศ เหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยวชาวไทย และเทศ ข้ามพรมแดนซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันตลอดทั้งวัน สินค้าฝั่งไทยที่ประชาชนคนเขมรนิยมซื้อหาไปกักตุนสำหรับอุปโภคบริโภคในครัวเรือนและแลกเปลี่ยนซื้อขายกันเป็นปัจจัย 4 ประกอบด้วยอาหาร ยารักษาโรค อุปกรณ์การก่อสร้างโดยเฉพาะปูนซีเมนต์น้ำมันปิโตรเลี่ยม เครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัย ยิ่งสินค้าด้านการเกษตรจากประเทศไทยไปโลด อาทิพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เนื้อปลาน้ำจืด ปลาทะเล หอยแครง เป็นอาหารสุดยอดนิยมคนชาวเขมร

       ขณะเดียวกันประชาชนคนเขมร ที่อยู่ลึกเข้าไปในประเทศห่างชายแดนกัมพูชาไทย ต้องบริโภคสินค้าที่มีราคาแพง ด้วยเหตุที่พ่อค้า แม่ค้าต้องซื้อสินค้าจากตลาดฝั่งไทยนำเข้าประเทศเขมรถูกรีดภาษีหลายชั้นแม่ค้าต้องจำใจเสียภาษีหลายด่าน กว่าจะถึงมือผู้บริโภคจริง ๆ แม่ค้าบวกต้นทุนบวกกำไรราคาขายสูงลิบ

       นางเอียน สำเน็ก อายุ 41 ปี แม่ค้าจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตนซื้อหาสินค้าประเทศฝั่งไทยตลอดมา เมื่อแรกๆ สินค้าราคาไม่แพงนัก เนื่องจากไม่มีการเก็บภาษีมากอย่างทุกวันนี้ กว่าตนจะนำสินค้าจากฝั่งไทยเข้าประเทศได้ตนต้องเสียภาษีถึง 5แห่งในประเทศของตน ประชาชนในประเทศต้องซื้อสินค้าที่แพงขึ้นแค่นำมะพร้าวเข้าประเทศ 500 ผล เสียภาษีต้นทาง 50 บาท รวม 5 แห่งต้นทุนสูงขึ้นเพียงใดลองติดดู ตนต้องขายราคาสินค้าสูงขึ้นไปอีก ผู้ซื้ออยู่ ซื้อกินต้องรับภาระราคาสินค้าที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตนไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่บ่นก็เท่านั้นแหละเพราะทางการคงไม่เอาด้วยแน่ ๆ