
3พม่าอำมหิต..ฆ่าหัวหน้างานสาว
ราวบ่ายสามโมงครึ่งของวันที่ 15 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกฆาตกรรมอยู่บริเวณป่าละเมาะข้างโรงงานผลิตถุงมือยาง บริษัท เซฟคลัฟ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 126 หมู่ 1 ถ.โฉลกรัฐ ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงนำกำลังพร้อมเ
ป่าละเมาะห่างจากโรงงานประมาณ 50 เมตร กำลังรายล้อมไปด้วยญาติๆ และเพื่อนร่วมงานของ นาตยา วิชัยดิษฐ หญิงสาวเคราะห์ร้ายวัย 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 3 ต.ตะเคียนทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานตรวจสอบคุณภาพถุงมือยางของโรงงานที่นั่น
วันสุดท้ายของชีวิต "นาตยา" มาทำงานตามปกติ 5 ทุ่มจนถึง 7 โมงเช้า แต่ทว่าเวลาประมาณตีสี่เธอหายตัวไปอย่างลึกลับ และไม่ได้กลับไปบ้านในตอนเช้าอย่างที่เคย ทำให้ คณิตศาสตร์ วิชัยดิษฐ สามีของเธอร้อนใจออกตามหาจนทั่วทุกแห่ง จนกระทั่งพบร่างไร้วิญญาณของภรรยาในสภาพนอนหงาย บริเวณป่าละเมาะหลังโรงงาน ถูกมัดมือ มัดเท้า มัดปาก ตลอดจนรอบศีรษะถูกพันด้วยสกอตเทป บริเวณลำคอปรากฏร่องรอยถูกบีบรัด และมีร่องรอยถูกขีดข่วนด้านหลัง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง
คดีนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สุดโดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ในละแวกนั้น พ.ต.อ.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี สั่งชุดสืบสวนสอบสวนทำงานทันที
ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง พยานวัตถุและคำให้การของพยานพุ่งเป้าไปที่นายจ๋อ อายุ 27 ปี นายโซ อายุ 41 ปี และนายนิ อายุ 26 ปี ทั้งหมดเป็นแรงงานชาวพม่าที่มาทำงานใน จ.สุราษฎร์ธานี พฤติการณ์ทั้งสามคนถูกตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเปลี่ยนงานบ่อย และล่าสุดสมัครทำงานเป็นพนักงานตรวจสอบคุณภาพถุงมือยางโรงงานดังกล่าว โดยมีผู้ตายเป็นหัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าทั้งสามมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ตายจึงขอหมายจับทันที
หลักฐานชิ้นสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิด หนึ่งในหลักฐานมัดผู้ต้องสงสัยทั้งสามราย พบว่าผู้ตายหายตัวไปช่วงเวลาประมาณตีสี่ และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่กล้องวงจรปิดจับภาพสามผู้ต้องสงสัย ซึ่งทำงานประจำตู้อบสินค้าอยู่บริเวณใกล้กัน เดินออกจากที่ทำงานไปทางทิศที่เกิดเหตุ โดยมีนายจ๋อถือเทปใส 1 ม้วน ขนาด 2 นิ้ว ออกไปหลังโรงงานด้วยท่าทางมีพิรุธ หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ต้องสงสัยทั้งสามคนได้หลบหนีออกจากโรงงานไป
ตำรวจพยายามแกะรอยผู้ต้องสงสัยทั้งสามราย และสืบทราบจากพยานบุคคลยืนยันว่า 1 ใน 3 มีพฤติการณ์ชอบพอผู้ตายในเชิงชู้สาวมานานแล้ว ขณะที่ผู้ตายมีครอบครัวและลูกแล้ว และมักจะตำหนิและตักเตือนในเรื่องของการทำงานเป็นประจำ อาจทำให้ผู้ต้องสงสัยเกิดความโกรธแค้นส่วนตัว หรือ อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวจนก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ขึ้นมา
หลังจากขอหมายจับไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เบาะแสถึงเส้นทางหลบหนี ว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสามรายได้ว่าจ้างรถสามล้อจากหน้าห้างบิ๊กซี สาขาสุราษฎร์ธานี ให้ไปส่งที่โรงงานร้างแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.บางกุ้ง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามแกะรอยไปจนพบผู้ต้องสงสัยทั้งสามรายซึ่งหลบซ่อนอยู่ในขนำร้างแห่งหนึ่ง จึงควบคุมตัวมาสอบสวน และจากการตรวจสอบนายจ๋อยังพบว่าตามร่างกายมีรอยเล็บขีดข่วนบริเวณแขนและแผ่นหลัง แต่ยังปฏิเสธไม่ยอมให้การใดๆ แถมยังแสดงพฤติการณ์เหมือนคนที่รอบรู้เรื่องกฎหมายของไทยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตำรวจเองก็มีพยานแวดล้อมหลายอย่างที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถเอาผิดได้ไม่ยาก และสามารถนำคดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ในที่สุด
ขณะที่สถานการณ์แรงงานต่างชาติกำลังทะลักเข้ามาทำงานในประเทศไทยรวมถึงหัวเมืองใหญ่ๆ กำลังสร้างปัญหาทั้งด้านสังคมและอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการบางรายไม่ได้สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับแรงงานเหล่านี้ เนื่องจากสภาพการจ้างมามีราคาถูก ทำให้แรงงานเหล่านี้สับเปลี่ยนหมุนเวียนโดยไม่มีการตรวจสอบ
กรณีของ "นาตยา" อาจสะท้อนถึงปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่เข้ามารับจ้างโดยที่ไม่มีหน่วยงานควบคุม ทำให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่เกิดความหวาดกลัว โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับเพศ รวมถึงการลักวิ่ง ชิง ปล้น ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงงานรต่างด้าว นี่คือบทเรียนอันโหดร้ายจากแรงงานผิดกฎหมาย เชื่อว่าคดีลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสกัดหรือควบคุมการทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องของแรงงานเหล่านี้ได้
"สุวรรณี บัณฑิศักดิ์"



