ข่าว

พระไพศาลชี้"อภิสิทธิ์ ต้องหาพวก"

พระไพศาลชี้"อภิสิทธิ์ ต้องหาพวก"

22 ส.ค. 2553

"อาตมาคิดว่าคนอย่างคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งมีสติปัญญา ถ้าสามารถสร้างแนวร่วมได้มากพอ ก็อาจจะมีกำลังพอที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูป แม้จะไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ"

 "พระไพศาล วิสาโล" พระนักคิด นักเขียน นักปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูป ชุดอานันท์ ปันยารชุน ด้วย ให้มุมมองเกี่ยวกับปัญหาความแตกแยกในสังคมไทย เราควรวางใจรับกับปัญหาอย่างไร และข้อเสนอที่จะทำให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
 
@ ในสภาพสังคมไทยปัจจุบัน ที่มีความแตกแยกอย่างรุนแรง พระอาจารย์คิดว่าควรจะเอาธรรมะข้อไหนมารับมือกับปัญหา และแก้ปัญหา
 มองในภาพรวม ตอนนี้สังคมไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นแรงผลักให้มีการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ แม้ปรากฏการณ์ที่มีอยู่นี้จะเป็นความขัดแย้งที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวบุคคล เช่นคุณทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ) แต่ว่าสาเหตุรากเหง้าไม่ได้อยู่ที่คุณทักษิณอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างของสังคมไทยในหลายมิติที่กำลังเปลี่ยนแปลง เช่น ประชาชนมีความสำนึกทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นคนชั้นล่าง คนยากจน หรือคนชั้นกลางระดับล่าง คนเหล่านี้เมื่อก่อนเขาอาจจะยอมรับความไม่เป็นธรรมในสังคมได้ ยอมรับในความเป็นสองมาตรฐาน ในความเหลื่อมล้ำได้ แต่เดี๋ยวนี้เขายอมรับได้ยากแล้ว และเป็นอย่างนี้ในหลายวงการ เช่น ในวงการหมอกับคนไข้ เมื่อก่อนลูกเมียตาย เพราะการรักษาชาวบ้านก็ไม่ฟ้อง แต่ตอนนี้เขารู้ว่าเขามีสิทธิที่จะฟ้อง

@ จะคุยกันด้วยเหตุด้วยผลได้อย่างไร ดูจากที่ผ่านมาเป็นเรื่องยากมาก?
 ต้องมีความไว้ใจกัน ที่ผ่านมาไม่มีความไว้ใจกัน เสื้อแดงก็ไม่ไว้ใจ คุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ นายกฯ) คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่ไว้ใจ ซึ่งอาจเป็นเพราะบทเรียนที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่ให้โอกาสแก่กันและกัน เช่นกรณีเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม รัฐบาลก็บอกว่าเป็นเพราะคนเสื้อแดงบิดพลิ้ว รับแผนปรองดองแล้วแต่ไม่ยอมเลิกชุมนุม ขณะที่คนเสื้อแดงก็บอกรัฐบาลไม่ปรองดองจริง เพราะไม่เห็นมีการดำเนินการอะไรกับคนที่ก่อเหตุการณ์นองเลือดเมื่อวันที่ 10 เมษายน

@ แล้วควรจะทำอย่างไร?
 เมื่อไม่มีความไว้ใจกัน ก็ต้องสร้างขึ้นมา โดยเริ่มจากโจทย์ง่ายๆ เช่นห้ามเคลื่อนไหวหรือออกจากที่ตั้ง 1 อาทิตย์ ถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้ถึงค่อยไม่ไว้ใจกัน แต่ถ้าทำได้ ความไว้ใจก็จะเริ่มขึ้น ต่อไปก็อาจมีการเปิดพื้นที่ให้คนเสื้อแดงใช้ช่อง 11 หรือฝ่ายเสื้อแดงอาจจะขอให้ทีวีเสื้อแดงเลิกโจมตีรัฐบาล ทุกฝ่ายต้องสร้างโอกาสขึ้นมาเพื่อทดสอบความไว้วางใจของอีกฝ่าย เหมือนกับกลุ่มที่ทำสงครามกัน เมื่อจะสงบศึก ก็ต้องเริ่มด้วยการหยุดยิง 1 อาทิตย์ 1 เดือน ทำได้ไหม ถ้าทำได้ก็ค่อยคุยเรื่องที่ใหญ่ขึ้นหรือยากขึ้น ฉะนั้นต้องให้โอกาสในการสร้างความไว้ใจกัน

@ มองผู้นำ คือ อภิสิทธิ์ อย่างไร กล้าหาญเพียงพอไหม?
 ต้องมีความกล้าหาญและมีวิสัยทัศน์ด้วย คุณอภิสิทธิ์มีความกล้าหาญระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้แสดงออกเท่าที่ควรโดยเฉพาะในยามวิกฤติ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเพราะขาดการมองการณ์ไกล กลัวว่าถ้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังอาจเกิดปัญหาตามมาในอนาคต แต่ถ้ามีวิสัยทัศน์ก็จะเห็นว่าแน่นอนในระยะสั้นอาจเกิดปัญหา แต่ในระยะยาวอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีก็ได้ เหมือนตอนที่ ร.5 ตัดสินใจสละพื้นที่บางส่วน (ของไทย) ให้แก่อังกฤษและฝรั่งเศส ก็ต้องอาศัยความกล้าหาญ เพราะประชาชนไม่ยอม แต่ท่านก็ยอมเจ็บปวด แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ที่เห็นว่าการสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้เป็นเรื่องจำเป็น ถ้าไม่สละเลยอาจเสียหมด แต่ก็น่าเห็นใจว่าคุณอภิสิทธิ์ ไม่ได้เป็นผู้กุมอำนาจอย่างแท้จริง สมัย ร.5 ตอนนั้นเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วพอคุณอภิสิทธิ์ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริงก็เลยทำอะไรได้ไม่มาก เพราะต้องประนีประนอมกับผู้มีอำนาจอย่างแท้จริง ก็อาจเป็นไปได้ จึงเป็นข้อจำกัดของคุณอภิสิทธิ์

@ ใครคือผู้มีอำนาจที่แท้จริง?
 อาตมาคิดว่าเป็นทหาร ถ้าทหารขู่อย่างเดียวว่าถ้าคุณอภิสิทธิ์ทำอะไรมากจะปฏิวัติ ถ้าเป็นอาตมาก็คิดหนัก เพราะถ้าปฏิวัติอีกบ้านเมืองก็หมดอนาคต แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้เมืองไทยไม่มีใครมีอำนาจเด็ดขาดอยู่แล้ว แต่อาตมาคิดว่าคนอย่างคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งมีสติปัญญา ถ้าสามารถสร้างแนวร่วมได้มากพอ ก็อาจจะมีกำลังพอที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูป แม้จะไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ แต่เท่าที่ทราบคุณอภิสิทธิ์ไม่ค่อยสนใจหาแนวร่วมเท่าไหร่ แม้แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังบ่น คุณพิชัย (รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค) ก็บ่นว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่มาปรึกษา คนในพรรคก็บ่นว่าคุณอภิสิทธิ์คบแต่พวกเดียวกัน

 อาตมาคิดว่าคุณอภิสิทธิ์อาจมีวิสัยทัศน์ไกล แต่อาจจะอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้มีอำนาจที่สายตาสั้น คุณอภิสิทธิ์ก็ต้องหาพวก เช่น รัชกาลที่ 5 ก็ต้องหาแนวร่วมซึ่งเป็นกลุ่มสยามหนุ่ม เพื่อคานอำนาจกับกลุ่มอำนาจเก่า คือกลุ่มของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ท่านสามารถดึงอำนาจมาจากกลุ่มอำนาจเก่า จนกระทั่งพวกนั้นไม่มีอำนาจ พวกนั้นประมาทท่านว่าเป็นเด็กเมื่อวานซืน เป็นกษัตริย์ตอนอายุ 15-16 ปี ถ้าคุณอภิสิทธิ์สามารถสร้างแนวร่วมได้แบบนี้ ก็อาจจะพอทัดทานกลุ่มอำนาจเดิม และสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ สังคมไทยตอนนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะทรุดเต็มทีแล้ว คุณอภิสิทธิ์ต้องกล้าที่จะขัดใจกับกลุ่มเหล่านี้ ในการสร้างกลไกให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ยิ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงยิ่งต้องเปลี่ยนแปลง เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมเหมือนกัน

@ ในฐานะที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูป คนภายนอกมองว่าการทำงานที่ออกมาดูเป็นนามธรรม?
 ก็ถูกต้องแล้วที่คนมองอย่างนั้น เพราะกรรมการหลายชุดที่มีขึ้นมาไม่มีผลงานอะไรเป็นรูปธรรม ก็เป็นเรื่องที่กรรมการปฏิรูปจะต้องพิสูจน์ตัวเอง ที่เราตั้งธงไว้คืออย่างน้อย 6 เดือนต้องมีอะไรเสนอกับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับหนึ่ง ตอนนี้ผ่านมา 2 เดือน อยู่ในขั้นตอนการสร้างกรอบการทำงาน ซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว เราเน้นเรื่องการสร้างความเป็นธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรมเราจะเน้น 5 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากร ด้านโอกาส ด้านสิทธิ และด้านอำนาจต่อรอง

 ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงการปรับความคิดเข้าหากันด้วย เพราะกรรมการชุดนี้มีความหลากหลายมาก มีคนมองว่ามีทั้งคนที่เห็นใจฝ่ายเสื้อเหลือง และฝ่ายเสื้อแดง ทั้ง 5 ประเด็นนี้เราจะมีการเสนอรูปธรรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว เดือนหน้าก็จะมีการเปิดตัวสู่สาธารณะ เมื่อครบ 6 เดือนก็จะเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมและทำได้ทันที ส่วนเรื่องที่แก้ไขได้ยากก็ต้องรอหลัง 6 เดือนไปแล้ว ทั้งนี้เรื่องการเปลี่ยนแปลงเราอย่าไปหวังรัฐบาล ต้องเสนอต่อสังคมให้ขับเคลื่อน ซึ่งคุณอานันท์ (ปันยารชุน ประธานกรรมการปฏิรูป) บอกเราจะเสนอข้อเสนอต่อประชาชน แต่สำเนาถึงรัฐบาล

@ ประชาชนควรจะวางใจอย่างไรต่อบรรยากาศความขัดแย้งที่เกิดขึ้น?
 อย่างแรกคือ อยากให้เกิดความเข้าใจในสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างบุคคล หรือความขัดแย้งเชิงบุคคล แต่มันเป็นภาพสะท้อนของความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ซึ่งมีรากเหง้ามาจากความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ การดูถูกเหยียดหยาม เพราะยากจนเพราะเป็นคนบ้านนอก ซึ่งจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง อย่างที่สอง สังคมไทยต้องมีขันติธรรมมากขึ้น ต้องยอมรับและเคารพความเห็นที่ต่างกัน สิทธิในการแสดงความเห็นที่ต่างกัน สิทธิในการแสดงออก ในการประท้วงของทั้งสองฝ่าย คือทั้งเหลืองทั้งแดง

 ข้อสาม ต้องมีความเมตตา วันนี้สังคมไทยมาถึงจุดที่ทุกคนเป็นผู้ถูกกระทำ เป็นผู้ทุกข์ทั้งสิ้น ถ้าเราไม่มีเมตตา ไม่มีความรักให้กัน ไม่เห็นใจกัน ก็ลำบาก ตอนนี้เราต้องคิดถึงคนอื่นให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราคิดถึงเฉพาะตัวเอง และพวกของตัวเอง โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ต้องมีคิดถึงคนอื่นให้มาก และอีกเรื่องที่สำคัญ คือตอนนี้คนไทยมีความคิดแบบอำนาจนิยมทางศีลธรรม คือคิดว่าคนผิดมีสิทธิเป็นศูนย์ คนที่ทำผิดไม่ว่าจะผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม เราจะทำอะไรกับเขาก็ได้ ฆาตกรฆ่าข่มขืนก็โดนคนรุมประชาทัณฑ์ พ่อค้ายาบ้าก็โดนวิสามัญฆาตกรรม โดนฆ่าตัดตอนโดยไม่มีใครว่าอะไร เหมือนกับว่าคนผิดไม่มีสิทธิแม้จะมีชีวิตอยู่ พวกเสื้อแดงก็สมควรตาย เพราะทำผิดกฎหมาย อาตมาคิดว่าความคิดแบบอำนาจนิยมทางศีลธรรมเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขด้วย เพราะคนผิดก็มีสิทธิได้รับความเมตตาและความยุติธรรม

สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ / กรชนก รักษาเสรี