
สื่อเทศงงศาลส่ง'วิคเตอร์ บูธ'ให้มะกัน
สื่อต่างชาติแปลกใจศาลไทยตัดสิน ส่งตัว"วิคเตอร์ บูธ"ให้สหรัฐฯ ด้าน อัยการส่งเจ้าหน้าที่คัดสำเนาคำสั่งศาลอุทธรณ์ส่ง"วิกเตอร์ บูท"ผู้ร้ายข้ามแดน ชี้หากครบกำหนด 90 วัน สหรัฐไม่รับตัวต้องปล่อยตัว
(21ส.ค.) สำนักข่าวอาร์ไอเอ โนโวสติของรัสเซีย รายงานว่า สื่อของสหรัฐแสดงความประหลาดใจต่อคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ไทยที่ให้ส่งตัว วิคเตอร์ บู๊ต นักค้าอาวุธชาวรัสเซียให้สหรัฐไปดำเนินคดีลอบค้าอาวุธและระบุว่านายบู๊ตได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวรัสเซียแสดงความมั่นใจว่าจะชนะคดีในสหรัฐ
อาร์ไอเอ โนโวสติ ระบุว่า ดักลาส ฟาราห์ ผู้ร่วมประพันธ์หนังสือชื่อ "เมอร์เชินต์ ออฟ เดธ"Merchant of Death ที่เป็นเรื่องราวเส้นทางอาชีพค้าอาวุธของนายบู๊ต ได้เขียนลงในบล็อกของตัวเองว่า เขาเคยคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าการตัดสินส่งตัวนายบู๊ตให้ทางการสหรัฐจะไม่มีวันเกิดขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนที่ตัวเองคิดผิด เขาคิดว่าบู๊ตควรจะได้รับการส่งตัวให้สหรัฐภายในหนึ่งสัปดาห์ แม้ว่ารัฐบาลรัสเซียประกาศชัดเจนว่าจะหาทางนำตัวเขากลับประเทศ
สำนักข่าวรัสเซียดังกล่าวยังรายงานอ้างสื่อสหรัฐว่า การตัดสินใจอย่างคาดไม่ถึงของศาลอุทธณ์ไทยที่พลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว อาจเป็นเพราะสหรัฐตัดสินใจจะขายเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก 3 ลำและอุปกรณ์เสริมรวมมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ให้กับทางการไทย และอดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐที่เชี่ยวชาญเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน คาดว่า ความพยายามของรัสเซียที่จะชะลอการส่งตัวบู๊ต บวกกับการจัดทำเรื่องเอกสารในการส่งตัว อาจทำให้นายบู๊ตต้องอยู่ในคุกจนครบ 90 วันตามกรอบเวลาที่ศาลเสนอให้ส่งตัวภายใน 3 เดือน
นอกจากนี้สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างความเห็นของนางอัลล่า บู๊ต ภรรยาของเขาด้วยว่า คำตัดสินของศาลเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรม และเป็นที่รู้กันไปทั่วโลกแล้วว่าคดีนี้เป็นคดีการเมือง
เอพีระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าบู๊ตเป็นเครื่องมือสำคัญของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย และรัสเซียไม่อยากให้เขาถูกดำเนินคดีในสหรัฐ นอกจากนี้ทนายของบู๊ต ก็เตรียมยื่นเรื่องขอตัวนายบู๊ตกลับประเทศ
ขณะที่นายนีฟ บาร์เกอร์ นักข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานจากรัสเซีย โดยอ้างความเห็นของทนายของนายบู๊ตว่า หากนายบู๊ตถูกศาลสหรัฐตัดสินว่ามีความผิดจริงในคดีลอบค้าอาวุธให้กับกบฏที่โจมตีชาวอเมริกัน ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการแลกตัวนักโทษกัน ดังนั้นปัญหาขัดแย้งทางการทูตจากคดีนี้ ก็ควรจบลงด้วยวิธีแก้ไขทางการทูต
ด้านนายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลักการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจนถึงที่สุดแล้ว อัยการจะต้องเป็นผู้ประสานไปยังสหรัฐอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศและกรมราชทัณฑ์ของไทยเพื่อขอให้สหรัฐมารับตัวนายวิกเตอร์บูทภายใน 90 วัน
โดยในวันจันทร์( 23) ส.ค.นี้ตนจะส่งเจ้าหน้าที่ไปคัดสำเนาคำสั่งศาลอุทธรณ์เพื่อนำไปประกอบเอกสารส่งเจ้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน ซึ่งตามขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนประเทศ ผู้ร้องขอจะต้องเป็นผู้มานำตัวผู้ต้องหากลับไป สำหรับในส่วนของไทยถ้าพ้นตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดแล้วหากสหรัฐยังไม่มารับตัวโดยไม่มีเหตุผล ทางประเทศไทยก็คงจะต้องปล่อยตัวทันที
ส่วนกรณีที่สหรัฐต้องการขอของกลางหรือพยานหลักฐานทางคดีของนายวิกเตอร์ บูทที่อยู่ในการครอบครองของหน่วยงานไทยนั้น นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาได้ประสานเฉพาะเรื่องการส่งตัวผู้ต้องหาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งเป็นเรื่องทางอาญา แต่สำหรับทรัพย์สินหรือของกลางใช้กฎหมายคนละฉบับ ดังนั้นสหรัฐจะต้องทำหนังสือแสดงความประสงค์แจ้งมายังสำนักงานอัยการในฐานะที่เป็นผู้ประสานงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าครอบครัวของผู้ต้องหาระบุว่ากระบวนการยุติธรรมไทยไม่เป็นธรรม นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมีมาตรฐานสากลตามกฎหมายภายในและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่การวิพากษ์ดังกล่าวเราสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด และยืนยันได้ว่าในการพิจารณาคดีดังกล่าวไม่ได้มองเรื่องการเมือง ระหว่างประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จะทำตามให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และหลักปฏิบัติของกฎหมายไม่มีปัญหาอะไร โดยมุ่งเน้นเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ แต่การให้ความร่วมมือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดูแล
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จะต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานเข้ามาว่าจะนำตัวนายวิกเตอร์ตามคำสั่งศาลเมื่อไร แต่ระหว่างนี้เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งชี้ขาดแล้ว จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ความดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องหาที่ศาลมีคำสั่งชี้ขาดให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะต้องดูแลไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุชิงตัวผู้ต้องหา



