ข่าว

“แก้วสรร”แนะแก้กฏหมายล้อมคอกยุบพรรค

“แก้วสรร”แนะแก้กฏหมายล้อมคอกยุบพรรค

21 ส.ค. 2553

“แก้วสรร”เสนอทางออกความขัดแย้งกลับสู่ระบบผู้แทน แนะแก้กม.ล้อมคอกยุบพรรค ด้าน “นครินทร์” ชี้ไทยในอดีตเคยขัดแย้งทางการเมืองมากกว่านี้ ระบุ แค่ 4-5 ปีเรื่องเล็ก พร้อมเสนอต้องกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น เชื่อถ้าเลือกตั้งเร็วนี้“ม็อบกีฬาสี”ออกมาอีก วอน อย่ามาพร

(21ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิสัมมาชีพ ร่วมกับเครือมติชน ได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง“ปฏิรูปการเมือง” โดยนายแก้วสรร อติโพธิ อดีต ส.ว.กทม.กล่าวว่า คำว่า ปฏิรูปการเมือง คือมองไปข้างหน้า ว่า มีอะไรต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่มองย้อนอดีต ปัญหาตอนนี้ถูกย่อเหลือแค่ว่า ใครสีอะไร ส่งผลให้เวลาเลือกตั้งก็ไม่สงบ ดังนั้น จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะทำให้ความขัดแย้งกลับสู่ระบบผู้แทน และอย่าให้มีการใช้กฎหมายมากเกินไป เช่น เรื่องยุบพรรค ไม่ควรจะมายุบกันง่ายๆ อย่าใช้อำนาจทางกฎหมายมาแก้ปัญหาทางการเมือง การยุบพรรคต้องถูกจำกัดลง การยุบพรรคหรือการตัดสิทธิ์ทางการเมืองใคร ก็ต่อเมื่อผู้นั้นมีความผิดทางอาญา ตอนนี้มันเตลิดเปิดเปิง ตายทั้งคอก ตั้งแต่มีการยุบพรรคมา ตนเห็นด้วยกับการยุบพรรคไทยรักไทยพรรคเดียว เพราะจ้างผู้สมัครลงแข่ง ทั้งนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะออกบทเฉพาะกาลล้มเลิกการยุบพรรค แล้วให้พวก 111 คน กลับมา ดึงพวกเสื้อแดงเข้าระบบการเมือง

 นายแก้วสรร กล่าวอีกว่า บุคคลต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การนิรโทษกรรมเพื่อคนใดคนหนึ่งทำไม่ได้ บ้านเมืองที่สงบสุข คือบ้านเมืองที่ทุกคนอยู่กันได้โดยสงบ ไม่เผาเมือง ให้ไปสมานฉันท์กันร้องเพลงมันไม่ได้ เพราะใจมันบริหารไม่ได้ ทั้งนี้ คงป่วยการที่จะนิยามคำว่า ปฏิรูปการเมือง เพราะมันหมายถึงเปลี่ยนทั้งรูป ไม่ใช่เปลี่ยนสีผม ทาตา มันต้องสร้างผู้นำเข้มแข็ง ให้คนเปลี่ยนแปลงความคิดได้ นายกรัฐมนตรีอยากจะนำประเทศไปทางไหนก็ต้องชูออกมา ไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูป บ้านเมืองตอนนี้ถือว่าเป็นง่อยทางวาทกรรม มีความหวังที่เชื่อถือไม่ได้ เราต้องการตอนนี้คือความเคลื่อนไหวทางความคิดร่วมกัน ในแนวคิดตนการปฏิรูปการเมือง คือการร่วมกันเดินไปข้างหน้า ทิ้งร่องรอยร่วมกัน ไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูป

 นายแก้วสรร กล่าวต่อไปว่า ต้องทำให้ประชาชนคิดทำเพื่อส่วนรวม เปลี่ยนราษฎรเป็นประชาชน ภาคประชาชนจะเคลื่อนไหวเป็นภาคพลเมืองที่รวมตัวกันเพื่อส่วนรวม กระจายความเจริญกระจุกตัวที่ กทม. สู่พื้นที่ ไม่ใช่แค่ถามว่าปฏิรูปการเมืองคืออะไร ถามเรื่องนี้ทั้งคนถามก็ป่วย ทั้งคนตอบก็ป่วย ในช่วงนี้หากหยุดเรื่องกีฬาสีออกไปได้ก็จะดี พอจะทำให้บ้านเมืองเกิดการรวมตัวขึ้นมาได้ ก้าวพ้นเรื่องกีฬาสี และดึงพรรคการเมืองเข้ามาสู่การต่อสู้ในระบบ

 ด้านนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คำว่า ปฏิรูปการเมือง ต้องถามว่า หมายถึงอะไร แก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ หรือแก้ไขระบบราชการ ขณะนี้เหมือนกับเราคุยเรื่องปฏิรูปเหมือนกันแต่คนละระดับ ถ้าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญนั้นทำได้ แต่ต้องประมาณตนเองว่า จะถึงปฏิรูปได้หรือไม่ ทั้งนี้ ที่มีการพูดกันว่า เราทะเลาะกันมากที่สุด ถ้ามองในอดีต ความขัดแย้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหนักกว่านี้หลายเท่า ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่การปฏิรูปก็ขัดแย้งกับวังหน้า หรือหลังปฏิวัติ 2475 ที่ถึงขั้นพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชสมบัติ สมัยนายปรีดี พนมยงค์เป็นนายกรัฐมนตรี หรือสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็มีความขัดแย้งที่กินเวลานานมาก นี่เราเพิ่งทะเลาะกัน 4-5 ปี เพราะฉะนั้นต้องให้เวลา ทั้งนี้ การแก้ไขความขัดแย้งวิธีหนึ่ง คือการกระจายอำนาจกับความเจริญ แล้วเศรษฐกิจ สู่ท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เก็บรายได้ และบริหารตัวเองได้ สังคมมันเปลี่ยนแปลงได้ และสิ่งที่รักษาความขัดแย้งได้ดีที่สุด คือเวลา บางอย่างลืมไปเสียบ้างก็ดี

 เมื่อถามว่า การเลือกตั้งจะหาทางออกให้บ้านเมือง หรือสร้างปัญหาในบ้านเมือง นายนครินทร์ กล่าวว่า ปลายปีหรือต้นปีหน้า เว้นแต่ฝ่ายความมั่นคงจะบอกว่าจัดการเลือกตั้งไม่ได้ นายกฯเป็นคนอ่านใจยาก คิดว่ารัฐบาลอยากจะกลับมาใหม่ในภาวะการณ์ที่ดีกว่าปัจจุบัน ส่วนกติกาการเลือกตั้งคิดว่าเรื่องกีฬาสียังคงอยู่อีกระยะ คิดว่าตนไม่เกลียดกีฬาสี เพราะถือว่า กีฬาสีเป็นกติกาใหม่ในสังคม แต่ขอร้องว่าอย่ามาพร้อมกับอาวุธในที่สาธารณะ เพราะมันผิดกฎหมาย รัฐสมัยใหม่ต้องไม่ยินยอมให้การชุมนุมเรียกร้องพร้อมกับอาวุธได้