
ปชป.อัดพท.รับผิดชอบถกงบ54ไม่ทันกำหนด
โฆษกปชป. อัด ฝ่ายค้าน แสดงรับผิดชอบถกงบ 54 ไม่ทันกำหนด ออกโรงคัดค้านการเพิ่มชนวนเหตุขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา หลังคนไทยถูกจับในพื้นที่ทับซ้อน ย้ำจุดยืนไทยไม่ต้องการให้ฝ่ายที่ 3 เข้าแทรกแซงกรณีพิพาทพระวิหารของนานาชาติ แต่พร้อมให้เข้าสังเกตการณ์ตามหลักสากล
(21ส.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีการพิจารณางบประมาณประจำปี 2554 วาระ 2 ที่ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกผิดหวังต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการ การอภิปรายโดยพรรคฝ่ายค้านที่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงทั้งในเรื่องของจำนวนผู้อภิปรายและกรอบเวลาที่กำหนดตามที่ได้ตกลงกันระหว่างคณะทำงานงานประสานงาน(วิป) ทั้งสองฝ่าย แม้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญจะกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณา 105 วัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณางบประมาณของประเทศ และอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตามลำดับ
ดังนั้น พรรคจึงอยากให้รัฐบาลเร่งทำความเข้าใจต่อนักลงทุนและประชาคมนานาชาติ ที่จับตามองการผ่านการพิจารณางบประมาณครั้งนี้ว่า จะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับมาสู่ภาวะปกติของกระบวนการของรัฐสภา แต่เมื่อผลกระทบได้เกิดขึ้นจากประสิทธิภาพการบริหารงานของพรรคฝ่ายค้าน ก็อยากให้ฝ่ายค้านได้มีส่วนในการรับผิดชอบ หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบการบริหารงบประมาณภาครัฐ ซึ่งยังมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการกระตุ้นผ่านการลงทุนของภาครัฐในช่วงปลายปี 2553 แม้ว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยตัวขับเคลื่อนอื่น เช่น การส่งออก การลงทุน และการบริโภค จะพลิกตัวกลับมาดีขึ้นทุกตัวแล้วก็ตาม
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีการจับกุมคนไทย บริเวณชายแดนไทยกัมพูชาว่า พรรคขอให้รัฐบาลของทั้งสองประเทศ ได้เร่งทำความเข้าใจต่อเห็นการที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งอาจจะรุกลามบานปลายส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ที่ขณะนี้มีประเด็นพื้นที่ทับซ้อนและการบริหารจัดการบริเวณรอบประสาทเขาพระวิหารที่ยังเป็นข้อโต้แยงพิพาทอยู่ โดยพรรคหวังว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เป็นชนวนเหตุทำให้เกิดการรุกลามบานปลายของความดึงเครียดของทั้งสองประเทศ และสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการหารือในกรอบของความสัมพันธ์ ระหว่างทั้งสองประเทศเท่าที่มีอยู่บนพื้นฐานของสันติภาพ และใช้วิธีการสันติวิธี
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อถึง กรณีที่กัมพูชาได้มีข้อเรียกร้องให้ฝ่ายที่ 3 คือองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในระดับอาเซียนและสหประชาชาติ เข้ามาแทรกแซงเหตุการณ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เรื่องเขาพระวิหารนั้น ว่า พรรคขอยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของบูรณภาพของดินแดนไทยบริเวณรอบประสาทเข้าพระวิหาร ซึ่งกลไกที่เป็นบรรทัดฐานสากลในการสะสาง ข้อเกี่ยวข้องกันกับเขตแดนนั้น ถือว่าเป็นกลไกที่เป็นมาตรฐานที่จะดำเนินการผ่านกระบวนการทวิภาคีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีที่พรมแดนนั้นเกี่ยวข้องกันกับประเทศทั้งสองประเทศก็สามารถให้ประเทศเหล่านั้นเข้ามามีส่วนร่วมได้ แต่กรณีนี้ถือว่าเป็นเขตแดนเพียงแค่ 2 ประเทศที่เกี่ยวข้องด้วยเท่านั้น



