
ช่องว่างนี้ยังไม่มีใครถมได้
ประโยคที่ว่า "รวยกระจุก จนกระจาย" เป็นเรื่องราวที่คนไทยรับรู้มาหลายสิบปีแล้ว แต่ทุกวันนี้ตัวเลขไม่ได้ดีขึ้น ทั้งๆ ที่รัฐบาลหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเข้ามาอาสาแก้ปัญหานี้
แต่ท้ายที่สุดถึงวันนี้ตัวเลขที่เปิดเผยจากหน่วยงานผู้ศึกษาเรื่องนี้ก็ยังให้เห็นชัดเจนว่าการกระจายรายได้ของประเทศไทยติดอันดับยอดแย่ของโลก
ทั้งประเทศมีคนเสียภาษีแค่ 2.3 ล้านคนเท่านั้น แปลกแต่จริง !
และประสิทธิภาพของการเก็บภาษีของคนมีรายได้เสียภาษีโดยเฉพาะคนมีสตางค์ คนมีอำนาจบารมียังไม่เกิด
ตัวเลขล่าสุดที่มาได้มาจากการสัมมนาวิชาการประจำปีหัวข้อ "ยกเครื่องเศรษฐกิจการคลัง ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม" ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายการคลัง สาธิต รังคสิริ บอกว่า ปัญหาการกระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำในสังคม ตั้งแต่ปี 2535 ถือว่าแตกต่างกันสูงมาก ถ้าดูรายได้ของคนรวย 20%แรก มีเม็ดเงินของรายได้สูงถึง 54% ของรายได้ของประเทศ ขณะที่คนจน 20% สุดท้ายของประเทศ มีรายได้รวมกันรวมกันเพียง 4.8% ของรายได้เท่านั้น
แปลว่าคนรวย 20% มีรายได้ 54% ขณะที่คนอีก 20% ที่จนที่สุดมีรายได้ 4.8% เท่านั้น ห่างกันเหมือนฟ้ากับเหว !
คำถามคือจะทำอย่างไร เพราะตัวเลขเหล่านี้มีการนำเสนอมาเป็นระยะๆ และคนไทยก็รับรู้มาตลอดว่าปัญหาบ้านเมืองที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดควมแตกแยก ที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้านั้น เพราะความเหลื่อมล้ำเรื่องรายได้ การกระจายรายได้
ตัวเลขจีดีพีจะสูงเท่าไรก็ตาม ปีนี้จะสูง 7% ตามการคาดหมายของรัฐบาล แต่เชื่อหรือไม่ว่า 7% นี้ไม่ได้ทำให้คนจนรู้สึกดีขึ้น
ถ้าเพิ่มจาก 3% เป็น 7% ในแง่ของรายได้ประชาชาติก็แปลว่าคนรวยจะได้ประโยชน์อีก
นี่คือสิ่งที่เรียกร้องให้นักการเมืองมีความกล้าหาญในการออกมาตรการชัดเจนว่าคนรวยต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นและคนจนต้องได้รับการดูแลเพื่อสามารถประคับประคองให้ขยับขึ้นมามีความเท่าเทียมกับคนชั้นกลางมากขึ้น
นี่คือโจทย์ที่ประเทศไทยจนถึงวันนี้ที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้เลย
สุทธิชัย หยุ่น



