
เขาจะป่วนเมืองอีกแล้ว
เห็นเพื่อนพ้องแกนนำแดงติดคุก หมดโอกาสสร้างรายได้ ตามโครงการ สู้แล้วรวย พวกที่เหลืออยู่นอกคุก มองวิกฤติเป็นโอกาสสำหรับตัวเอง วางแผนป่วนเมืองด้วยการจัดชุมนุมป่วนเมืองรอบใหม่ เริ่มต้นในภาคเหนือ ฐานที่มั่นแดง
ระวังจะเป็น “สู้แล้วซวย” ต้องติดคุก! การทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการตอกย้ำให้ศาลเห็นว่าถ้าปล่อยให้แกนนำแดงได้รับการประกันตัวออกไป ต้องวุ่นอีก
ดังนั้น เหตุผลของการไม่ให้ประกันตัว แม้จะหอบเงินมาหลายล้าน จึงมีเหตุสมควร เพราะถ้าได้ประกันตัวออกมา รับรองว่าหนีแน่นอนหรือไม่อย่างนั้นก็จะปลุกระดมรอบใหม่ ป่วนให้หนักข้อกว่าเดิม เอาชนะด้วยกำลังติดอาวุธ ถ้าจะต้องเผาบ้าน เผาเมือง อีกครั้ง ต้องขยายวงกว้างจะเห็นได้ว่าการดิ้นรนนั้นเป็นปฏิบัติการคู่ขนานระหว่างแกนนำแดงที่เหลือทุกระดับ และพรรคเพื่อคนหนีคุก ซึ่งกำลังต้านทานพลังดูดอย่างรุนแรง
ยุคนี้ เสียงร่ำลือเกี่ยวกับพลังบุรีรัมย์นั้น อำมหิตมาก ดูดแบบไม่ยอมให้ตัดสินใจรั้งรอ จ่ายก่อน ว่ากันทีหลัง จากแผนตกปลาในบ่อเพื่อน เป็นเลี้ยงปลาในบ่อเพื่อน ให้เพื่อนจ่ายเหยื่อ และตัวเองจ่ายด้วย แต่ได้ความจงรักภักดีชั่วคราว ดังนั้น แผนเลี้ยงปลาในบ่อเพื่อนได้สร้างความหวาดระแวง ผสมผวา ในกลุ่มนักเลือกตั้งสังกัดพรรคคนหนีคุก ระดับหัวหน้ากลัวว่าจะโดนดูดจนไม่เหลือ
บางคนเริ่มไม่ไว้ใจตัวเอง ว่าจะต้านพลังดูดหรือไม่!
สัจธรรมการเมืองน้ำเน่าที่ว่า “การเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นที่ถาวร” จึงยังคงใช้ได้ สำหรับนักการเมืองขายตัว
พวกที่น้ำเลี้ยงคนหนีคุกยังไม่ซึมลึกเข้าเยื่อกระดูก เข้าเพียงแต่สายเลือด ก็พร้อมที่จะย้ายสังกัดไปสู่ค่ายผู้ประมูลในราคาสูงสุด ข้อเสนอที่ดีกว่า เมื่อเห็นชัดแล้วว่าโอกาสคนหนีคุกจะสู้แล้วชนะนั้น ยากเย็นยิ่งกว่าหาบันไดไต่ขึ้นสวรรค์
พวกที่เห็นว่าอนาคตมืดมน ต้องดิ้นรนหาที่อยู่ใหม่ ก่อนตกขบวนรถด่วนย้ายพรรค ราคาจะตกกว่าที่ควรจะได้ เมื่อความต้องการมีน้อย ต่อรองก็จะยาก แม้จะไม่ย้าย โครงการเลี้ยงปลาในบ่อเพื่อน ด้วยการผันงบก้อนใหญ่ไปสู่จังหวัด ผ่านองค์กรส่วนท้องถิ่นให้ ส.ส. พรรคเพื่อคนหนีคุกได้อิ่มหนำ
เป็นน้ำเลี้ยงจากบ่อใหม่ ติดยี่ห้อ บ่อบุรีรัมย์ อุดมสมบูรณ์ ดูมีอนาคต!
เพื่อปลุกใจพวกแดงซึ่งหวั่นไหว แกนนำแดงที่เหลือต้องเดินสายตระเวนสร้างความหวังจากสภาพริบหรี่ให้คุโชนอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เป็นแผนปอกลอกเงินคนหนีคุกอีกรอบ โดยเฉพาะพวกที่ขาดอาชีพเป็นหลักแหล่ง รับจ้างจัดกิจกรรมป่วนรัฐ
ถ้าแกนนำแดงไม่เข็ดหลาบ เท่ากับเป็นการลองของ หลังจากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในเชียงใหม่และเชียงราย ดังนั้น ภาคเหนือจึงเป็นแหล่งทดสอบ
แกนนำท้องถิ่นหนีกระเจิง หลังจากงานเผาบ้าน เผาเมืองในเดือนพฤษภาคม ดังนั้น แกนนำที่เหลือ โดยเฉพาะ “ตู่” ต้องชูสโลแกนใหม่
ตัวเองก็ทุ่มสุดๆ อาศัยเอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส. คุ้มหัว เล่นงานดะ ทั้งอัยการ กรมสืบสวนคดีพิเศษ และใครก็ตามที่เป็นฝ่ายตรงข้ามคนหนีคุก
ความคึก คงเป็นเพราะได้รับสัญญาณการฮึดสู้อีกครั้งของนายใหญ่ หรือเครือข่ายการเมือง เพราะพรรคคนหนีคุกปรับยุทธศาสตร์รวมทั้งฮวงจุ้ยใหม่
เลือกฤกษ์ 9 ห้าตัว ย้ายที่ทำการพรรคไปตึกหน้าอาคารค้าน้ำกาม ผู้เฒ่าจิ๋วประกาศก้อง ทำน้ำในอ่างฝั่งตรงข้ามกระเพื่อม ว่า “กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่”
ความยิ่งใหญ่ของใคร หรือของตัวเอง ผู้เฒ่าจิ๋วไม่บอก! ที่แน่ๆ คือโอกาสที่จะผ่องถ่ายงบจากเครือข่ายต้นตอน้ำเลี้ยงคงสร้างความหวังใหม่ให้ผู้เฒ่าอีกครั้ง
เมื่อพลังแดงอยากลองของ พรรคเพื่อคนหนีคุกปรับสรรพกำลัง ฝ่ายรัฐบาลจะนิ่งนอนใจ เปิบคำโตจากงบประมาณ ไม่สนใจกระแสของประชาชน ก็จะเสื่อมหนัก เมื่อความไม่พอใจกับการงาบคำโตระเบิด จะทำให้สถานะง่อนแง่น
ไม่มีรัฐบาลใดอยู่ได้ ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย! อาจยื้อได้สักพัก ผลสุดท้ายก็ต้องไป ถ้าดื้อด้าน จะถูกเดินขบวนขับไล่ เมื่อทุกฝ่ายไม่ยอมทนกับการกินคำโต
การอภิปรายในสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เห็นได้ชัดว่าพรรคเพื่อคนหนีคุกเหมือนตกอยู่ในสภาพคนธาตุไฟแตกซ่าน รวมตัวกันไม่ได้
ฝ่ายค้านอภิปรายก็ไร้หลัก ขาดข้อมูล เลอะเทอะ ตีสำนวนโวหาร ไม่เข้าประเด็น มุ่งตีรวน หาทางแก้ตัวให้พวกเสื้อแดง ช่วงเผาบ้าน เผาเมือง!
ดังนั้น การเดินสายเล่นคอนเสิร์ตการเมือง นำโดย “ตู่” และแกนนำแดงในสภา เพียงต้องการท้าทายอำนาจรัฐว่าทำอะไรไม่ได้ ตราบใดที่ตัวเองมีเอกสิทธิ์
เมื่อได้รับคำมั่นจากแม่ทัพภาคที่ 3 ว่าสถานการณ์ไม่น่าห่วง ก็ต้องให้ทหารดูแลเป็นขั้นสุดท้าย ถ้าตำรวจเอาไม่อยู่ ทั้งๆ ที่นายใหม่ จะเข้ารับหน้าที่เดือนตุลาคม ถึงเวลานั้น ต้องประเมินว่าตำรวจจะกลายสภาพจากมะเขือเทศหรือไม่
ปริศนาคาใจคือ ทำไม “ทักษิณ” กบดานเงียบ ไร้ความเคลื่อนไหว เกิดอะไรขึ้น มีปัญหาด้านสภาพคล่อง หรือจ้องหาจังหวะใหม่ ใครรู้ช่วยตอบทีดิ!!! อิอิอิ!!!



