ข่าว

ภาพลักษณ์นักการเมือง...

ภาพลักษณ์นักการเมือง...

21 ส.ค. 2553

ฝรั่งที่ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยได้เขียนเอาไว้เมื่อหลายสิบปีมาแล้วว่า ความพยายามที่จะให้บรรลุถึงความมั่นคงทางการเมืองของไทยเป็นเรื่องอ่านแล้วน่าผิดหวัง

 รัฐธรรมนูญของไทยมักประสบความล้มเหลวในขณะที่การควบคุมรัฐบาลโดยประชาชนก็ได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่บังเกิดผล เหตุเพราะการเมืองไทยมักจะเต็มไปด้วยนักการเมืองที่แข่งขันชิงดีกันเพื่อแย่งกันเป็นรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เพื่อสร้างความร่ำรวยให้แก่ตัวเองโดยการฉ้อราษฎร์บังหลวง

 จะเห็นว่าภาพลักษณ์นักการเมืองไทยในสายตาชาวต่างชาตินั้นย่ำแย่มานานแล้ว

 สำหรับสายตาคนไทยที่อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์คงจะไม่ต้องกล่าวถึง โดยวัดดูได้จากการเกิดปฏิวัติ รัฐประหารในเกือบทุกครั้งที่มีการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งก็เห็นว่ามีแต่คนไชโยโห่ร้องด้วยความสะใจและสมน้ำหน้านักการเมืองเมื่อหมดอำนาจลง

 มาจนถึงทุกวันนี้ภาพลักษณ์นักการเมืองไทยก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงครับ

 จากการสำรวจล่าสุดของ “สวนดุสิตโพล” เมื่อไม่นานมานี้ได้ระบุบอกอย่างชัดเจนว่า พฤติกรรมของนักการเมืองไทยในสายตาคนไทยนั้นย่ำแย่เอามากๆ ทั้งด้านกาย วาจา ใจ อย่างเป็นต้นว่า ชอบทะเลาะวิวาทกัน ชอบพูดจาใส่ร้ายป้ายสีกันอยู่เป็นนิจแล้ว บางคนประชาชนยังมองว่าเป็นพวกขี้เมาชอบหาเรื่องอีกต่างหาก

 ส่วนพฤติกรรมที่แย่สุดในการทำลายภาพลักษณ์นักการเมืองเป็นอย่างยิ่งก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม นั่นก็คือชอบคอรัปชั่น โกงกิน และเห็นแก่ได้

 อย่างไรก็ตามประชาชนก็ยังคงไม่สิ้นหวัง จากการสำรวจนี้ประชาชนส่วนหนึ่งยังคงคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองที่ดีอยู่เสมอ เช่นอยากเห็นความสามัคคีในหมู่นักการเมือง ร่วมกันทำงานเพื่อส่วนรวม ประเทศชาติ อยากเห็นนักการเมืองที่สะอาดซื่อสัตย์มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่คดโกง ไม่เห็นแก่ได้

 มองทางด้านรัฐธรรมนูญผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามตินี้ก็ดูว่าจะใจกว้างให้อิสระแก่นักการเมืองผู้เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างส.ส.เอาไว้มาก อย่างเป็นต้นว่า สามารถจะตั้งกระทู้ถามอภิปรายหรือแม้แต่ลงมติได้โดยไม่ต้องผูกมัดอยู่กับมติพรรคการเมือง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ส.ส.ได้เติบโตและมีวุฒิภาวะทางการเมืองนั่นเอง

 แต่ว่านักการเมืองอย่างส.ส.ทุกวันนี้ทำอะไรกันบ้าง

 ส.ส.มีแต่ข่าวที่ทำให้สภาล่ม เพราะไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างก็มีส่วนในเรื่องนี้อย่างขาดความรับผิดชอบและไม่คำนึงถึงหน้าที่ จนกระทั่งล่าสุดถึงกับมีข่าวว่าต้องควบคุมดูแลและคอยไล่ต้อนเข้าห้องประชุมกัน ไม่ต่างไปจากเด็กเกเรหนีโรงเรียนอย่างนั้น

 ทั้งที่กฎหมายอย่าง พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน นั้นเป็นกฎหมายสำคัญที่ส.ส.ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อผลประโยชน์ของชาติ

 พฤติกรรมของส.ส.หรือว่านักการเมืองที่มีแต่ภาพลักษณ์ทำให้ประชาชนเกิดเอือมระอานี้ยิ่งนับวันก็จะยิ่งเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อระบอบประชาธิปไตย

 ถ้าไม่รีบแก้ไขรับรองว่าอีกไม่นานเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความสะใจและสมน้ำหน้าจะต้องดังขึ้นอีกแน่ๆ ครับ