
จับเด็กประจำรถทัวร์ข่มขืนนศ.อาชีวะอ้างสมยอม
รวบเด็กขนกระเป๋ารถทัวร์ท่องเที่ยวหื่นกาม บังคับนศ.สาวอาชีวะปี 1 ข่มขืนในสวนปาล์มที่ตรัง อ้างเหยื่อสมยอม ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ ด้านแม่เหยื่อแค้นรุมประชาทัณฑ์
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม พ.ต.ท.ชัยรัตน์ กาญจเนตร สวญ.สภ.คลองเต็ง จ.ตรัง จับกุมนายสุพัฒน์ มิ่งเมือง อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธมีดปลายแหลมจี้บังคับนักศึกษาสาวชั้น ปวช.ปี 1 อายุ 21 ปี ที่บริเวณหน้าโรงเรียนสันติวัน หมู่ 10 ต.นาท่ามเหนือ ไปข่มขืนกระทำชำเราภายในสวนปาล์มน้ำมัน หลังวิทยาลัยเกษตร เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยจับกุมได้ขณะหลบมากบดานที่บ้านพักเลขที่ 136 หมู่ 10 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง ในสภาพทุลักทุเล เนื่องจากขาขวาบวมจนเดินไม่ได้ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันช่วยเดิน ที่แผ่นหลังและแขนขวามีรอยลวดหนามเกี่ยวเป็นทางยาว เพราะวิ่งหนีการจับกุมของตำรวจ ส่วนที่นิ้วเท้าขวาทั้ง 3 นิ้วถูกตัดทิ้ง เพราะประสบอุบัติเหตุรถชนก่อนหน้านี้
เมื่อผู้ต้องหาถูกควบคุมมาถึงสภ.คลองเต็ง ก็ถูกมารดาผู้เสียหายพร้อมด้วยญาติรุมประชาทัณฑ์ จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบกันตัวไปอยู่ในห้องเพื่อความปลอดภัย
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำรถทัวร์แห่งหนึ่ง ให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถจักรยานยนต์มาจาก อ.ห้วยยอด เพื่อกลับไปหาภรรยาที่บ้าน ต.ละมอ อ.นาโยง เมื่อขับมาถึงหน้าโรงเรียนสันติวัน ก็พบกับ น.ส.บี ผู้เสียหาย ซึ่งรู้จักกันมาประมาณ 1-2 ปีแล้ว นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับ น.ส.เอ ตนจึงเรียกให้หยุดรถพูดคุยกันนานประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นได้ชักชวนให้ น.ส.บี ขึ้นรถไปทำธุระกับตนแล้วจะไปส่งที่บ้านในภายหลัง ซึ่ง น.ส.บี ก็ยินยอมขึ้นรถไปโดยดี ไม่ได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับแต่อย่างใด
หลังจากที่ น.ส.บีขึ้นรถแล้ว ยอมรับว่าได้พาไปข่มขืนที่สวนปาล์มจริง โดยที่ฝ่ายผู้เสียหายยินยอม ระหว่างนั้นก็ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมจึงวิ่งหนีทิ้งรถ และบัตรประชาชน โทรศัพท์มือถือ ซึ่งอยู่ใต้เบาะรถ กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุม ซึ่งตนก็งงไม่ทราบว่าฝ่ายหญิงมาแจ้งความจับตนเพราะเหตุใด ทั้งที่ฝ่ายหญิงสมยอม
ขณะที่ พ.ต.ท.ชัยรัตน์ กล่าวว่า ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากลักษณะคำพูดเตรียมการมาเป็นอย่างดี พยายามให้ร้ายฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้เสียหายเพื่อให้ตนพ้นผิด ซึ่งตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาของตนเอง



