
ญาติคอตกเขมรย้าย3คนไทยที่ถูกจับไปเสียมราฐ
ญาติ 3 คนไทยที่ถูกเขมรจับคอตก หลังทราบญาติถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่เสียมราฐ พร้อมประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
วันที่ 20 ส.ค. 53 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จุดผ่านแดนถาวร ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่าจะมีการปล่อยตัวคนไทย 3 คน ประกอบด้วยนายสนอง วงศ์เจริญ อายุ 40 ปี นายริม พวงเพชร อายุ 40 ปี อยู่บ้านตาโมม ต.สะกาจ อ.สังขะ และนายเรน ทรัพย์ศรี อายุ 52 ปี อยู่บ้านคะนา ต.ตาตูม อ.สังขะ จ.สุรินทร์
โดยทั้ง 3 คนนี้ได้เดินทางเข้าไปล่าสัตว์และหาของป่าที่ชายป่าระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 9 - 10 ถ.สังขะ - สุรินทร์ แต่ได้พลัดหลงป่าเข้าไปในเขตชายแดนกัมพูชาในเขต อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย จึงได้ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้ประสานงานมายัง เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ช่องสะงำ ว่าจะมีการนำตัว 3 คนไทยส่งกลับเข้ามาเวลา 13.00 น.วันที่ 20 ส.ค.
ต่อมาเวลา 10.00 น.ได้มีบรรดาญาติพี่น้องของคนไทยทั้ง 3 คนที่ถูกจับต่างมานั่งรอรับญาติตัวเอง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อทราบข่าวว่าทั้ง 3 คนได้ถูกควบคุมตัวไปที่ จ.เสียมราฐเพื่อรอดำเนินคดีต่อไป นายฟ้า แสงทอง ผู้ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องจอม อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ทั้ง 3 คนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของกัมพูชา โดยจะต้องนำตัวทั้ง 3 คนไปขึ้นศาลที่ จ.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ซึ่งยังไม่ทราบว่าผลการพิจารณาตัดสินของศาล จ.เสียมเรียบจะเป็นอย่างไร
แต่ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของชุดประสานงานพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ได้พยายามเจรจากับฝ่ายกัมพูชา เพื่อติดต่อขอรับชาวบ้านทั้ง 3 คนกลับคืน โดยอ้างว่าพรานป่าทั้ง 3 คน ไม่เกี่ยวข้องกับทางด้านความมั่นคงของไทยแต่อย่างใดทั้งสิ้น เป็นเพียงพรานป่าที่ออกล่าสัตว์และพลัดหลงเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชาเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการพิจารณาของศาล จ.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาในเร็ว ๆ นี้
นายไล ทรัพย์ศรี ผญบ.ม. 7 บ้านคะนา ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งนำกลุ่มญาติพี่น้องมารอรับ 3 พรานป่าที่ถูกเขมรจับตัวไป กล่าวว่า พรานทั้ง 3 คน ได้ออกเดินป่าหาล่าสัตว์ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชามานานหลายสิบปีแล้ว โดยก่อนที่จะถูก ตชด.กัมพูชาจับตัวไปนั้น ได้ออกล่าสัตว์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชาด้านใกล้กับบ้านขนา และได้เดินตามรอยหมูป่า ซึ่งมีหมูป่าอยู่อย่างชุกชุมในเขตชายแดนไทย - กัมพูชา แต่ปรากฏว่า พรานทั้ง 3 คน ได้เดินพลัดหลงเข้าไปในเขตกัมพูชา เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นเขตแดนของกัมพูชาซึ่งตนและญาติพี่น้องมีความห่วงใยพรานทั้ง 3 คนเป็นอย่างมาก และได้ประสานงานกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเต็มที่



