ข่าว

ผ่านงบ3ก.รวด-ฝ่ายค้านข้องใจสมาร์ทการ์ด

ผ่านงบ3ก.รวด-ฝ่ายค้านข้องใจสมาร์ทการ์ด

20 ส.ค. 2553

สภาฯผ่านงบ 3 กระทรวงรวด “ทรัพยากรฯ-ไอซีที-พลังงาน-พาณิชย์” ฝ่ายค้านข้องใจปมสมาร์ทการ์ด เหตุมหาดไทยส่งกฤษฎีกาตีความหลังการผลิตบัตร ด้าน “จุติ” แจงเร่งประสานแก้ไขปัญหาภายใน 60 วัน

(20ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ในวันที่ 3 ซึ่งมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ปรากฎว่าที่ประชุมพิจารณาอย่างรวดเร็ว โดยนายชัย ได้พยายามกระชับให้ส.ส.รักษาเวลา เพราะที่ตกลงกันคือจะประชุมแล้วเสร็จในเวลา 14.00 น.

 โดยที่ประชุมสภาฯได้ผ่านมาตรา 13 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน 22,936,793,000 บาทด้วยเสียง 242 เสียงต่อ 144 เสียง โดยเนื้อหาของการอภิปรายส.ส.ฝ่ายค้านนำโดยนางนฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการก่อมลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม

 อย่างไรก็ตามระหว่างการพิจารณามาตรา 14 งบประมาณกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) 4,400,101,800 บาท นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยเป็นผู้นำการอภิปรายโดยเรียกร้องให้กระทรวงไอซีทีเข้าไปแก้ไขปัญหาบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดเพราะส่งผลกระทบต่อประชาชนในการติดต่อราชการ รวมทั้งให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสของการดำเนินการโครงการเพราะทำไมกระทรวงมหาดไทยต้องส่งให้คณะกรรมกฤษฎีกาตีความหลังจากที่มีการผลิตบัตรออกมาแล้วทั้ง ๆ ที่ควรจะต้องมีการส่งให้ตีความก่อนที่จะมีการผลิตบัตรออกมา

 นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ชี้แจงว่า ขณะนี้เป็นปัญหาของข้อกฎหมายซึ่งกระทรวงมหาดไทยดำเนินการส่งเรื่องไปให้กฤษฎีกา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ดำเนินการผลิตให้เร็วที่สุด โดยตอนนี้ไอซีทีได้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยว่าแบบที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร เมื่อได้แบบที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วจะเร่งให้บริษัทเอกชนดำเนินการผลิตทันที ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 60 วัน ขณะเดียวกันทางไอซีทีก็เร่งดำเนินการหาผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย ต่อมาที่ประชุมสภาฯมีมติเสียงข้าง 242 เสียงต่อ 151 เสียงเห็นชอบกับงบประมาณของกระทรวงไอซีที  จากนั้นที่ประชุมสภาฯได้พิจารณาต่อในมาตรา 15 งบประมาณของกระทรววงพลังงานจำนวน 2,010,448,900 บาท สำหรับการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงพลังงาน น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าตัวเลขสำรองไฟฟ้าของไทยมีค่าอยู่ 9% ต่ำกว่ามาตรฐานที่ 15 % บวกกับตอนนี้มีแนวโน้มว่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าจะมีจำนวนมากขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวขึ้น ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่ซึ่งตอนนี้มีแนวคิดเรื่องการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แต่ก็เจอกับปัญหาต่อต้านของประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาต้องเร่งทำประชาพิจารณ์สร้างความเข้าใจกับประชาชน

 "ขณะที่เรื่องน้ำมันนายกฯอภิสิทธิ์เคยบอกว่าถ้าตัวเองได้เป็นนายกฯจะเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อลดภาระของประชาชน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการยังคงมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอยู่หนำซ้ำยังมีการเก็บภาษีสรรพาสามิตน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย" น.ส.ปาริชาติ กล่าว ทั้งนี้ที่ประชุมสภาฯมีมติเสียงข้างมาก 241 เสียงต่อ 150 เสียงเห็นชอบกับงบประมาณของกระทรวงพลังงาน