
"มาร์ค"ย้ำ4ภารกิจก.พาณิชย์ดูแลเศรษฐกิจ
นายก"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"เปิดงาน 90 ปี ก.พาณิชย์ ย้ำ 4 ภารกิจดูแลเศรษฐกิจไทย
(20ส.ค.) เวลา 07.40 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังห้อง 30410 ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์(สนามบินน้ำ) จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “วันพาณิชย์” 9 ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจหรือเป็นวันครบรอบวันสถาปนา 90 ปีของกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์มาให้การต้อนรับ
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พาณิชย์ร่วมภาคธุรกิจ เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า” ตอนหนึ่งว่า ตนขอถือโอกาสในฐานะหัวหน้ารัฐบาลชื่นชมข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจที่ตกต่ำนับแต่ปลายปี 2551 แต่ขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจครึ่งปีแรกของปี 2553 สูงกว่าร้อยละ 10 โดยมีการส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญ และคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 3 และ 4 การขยายตัวจะตัวได้ตามเป้าหมาย ทำให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของปีนี้จะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7
พาณิชย์เติบโตมาจากกรมเกษตรการ เดิมถูกเรียกว่าศูนย์ท่าเตียน บทบาทมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างกว้างขวาง เพราะทำหน้าที่ดูแลผู้บริโภค ควบคุมราคาสินค้า เจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดระเบียบการนำเข้าและส่งออก รักษาผลประโยชน์ทางการค้า ดูแลทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ หากมองย้อนไป ตลอด 90 ปีที่ผ่านมาของพาณิชย์เศรษฐกิจไทยเติบโตรวดเร็วสูงสุดเป็นประเทศหนึ่งในระบบเศรษฐกิจของโลก ก็อาศัยกลไกการค้าเป็นหัวใจสำคัญ โดยใช้กลยุทธ์ส่งออกเป็นตัวนำเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังสามารถดูแลเสถียรภาพราคาเป็นอย่างดี จนแทบจะพูดได้ว่าถ้าไม่มีวิกฤต เช่น วิกฤตน้ำมัน ก็แทบจะไม่มีอะไรที่กระทบต่อราคาสินค้า
แต่ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในโลก ทำให้ พาณิชย์ต้องเผชิญกับความท้าทาย ในแง่การปรับบทบาทแนวทางมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ เห็นได้จากแม้งานของพาณิชย์จะเป็นภารกิจเดิม ทั้งการดูแลสินค้า ไม่ให้ต่ำไปสำหรับเกษตรกร ไม่ให้สูงไปสำหรับผู้บริโภค แต่อาจต้องปรับบทบาทตลอดเวลา การเดินหน้าเศรษฐกิจ พาณิชย์ยังมีความสำคัญ แม้ภาครัฐจะมีบทบาทในทางเศรษฐกิจน้อยลง แต่ในฐานะหน่วยงานรัฐที่กำกับ ดูแล อำนวยการ หรือส่งเสริม แท้จริงแล้วก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อยกว่าเข้าไปควบคุมในอดีต มิหนำซ้ำ บทบาทใหม่ยังต้องอาศัยศิลปะในการจัดการให้สอดคล้องกับการบริหารงานของภาคเอกชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวังจากพณ.ประกอบด้วย 1.อำนวยความสะดวกการค้าและธุรกิจ ครั้งสุดท้ายที่ตนมาที่พณ.ก็มาเปิดศูนย์เชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจ ที่สามารถขอตั้งบริโภคโดยใช้เอกสารไม่มาก 2.ส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนเพิ่มมูลค่า ทั้งราคาสินค้าและค่าบริการ โดยไม่ใช้ทรัพยากรเพิ่มเติม ใช้แค่ความคิด โดยตั้งเป้าหมายให้มูลค่าเศรษฐกิจประเภทนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า 3.ทำงานหนักในการวางกลยุทธ์การค้าระหว่างประเทศ ทั้งระดับโลก เอเชีย โดยเฉพาะอาเซียน ที่ไทยจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจ ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว การแข่งขันก็จะมีความเข้มข้นขึ้น
4.ดูแลความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคไปพร้อมๆกัน ซึ่งบทบาทนี้มีเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับ พณ.มาก โดยเฉพาะการดูแลราคาสินค้าและบริการ ที่ประชาชนทั่วไปมักจะใช้วัดว่าสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศฌป็นอย่างไร โดยจะต้องหาความสมดุลระหว่าง ความเป็นธรรม การรักษาประโยชน์ผู้บริโภค และทำอย่างไรให้ไม่บิดเบือนกลไกตลาด ทั้งนี้ บทบาทของพาณิชย์จากนี้ไปคือการดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ซึ่งรัฐบาลนี้เชื่อว่าเป็นกลจักรที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดย พณ.จะต้องคำนึงถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจ รวมถึงกลไกตลาดด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งมอบยุทธ์ศาสตร์ในการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ “แผนพาณิชย์สร้างสรรค์ คนไทยเข้มแข้ง” ให้กับนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและเดินทางกลับมายังรัฐสภาทันที



