
ความฝันของพ่อใหญ่จิ๋ว
ถ้าพูดถึงคนที่ไม่ยอมสิ้นหวัง ก็ต้องยก พ่อใหญ่จิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย คนหนึ่งละที่น่าจะเข้าข่าย
ดูจากวันที่ย้ายที่ทำการพรรคกลับมาที่เดิม แต่เปลี่ยนชื่ออาคาร เป็น "โอเอไอ" ซึ่งอยู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่หลายคนบอกว่า มันน่าจะหมายความว่า โอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊ง นั้น พลพรรคเชิญพระไพรีพินาศมาด้วยถึง 3 องค์
ที่ย้ายกลับมาที่ทำการพรรคแห่งนี้ ก็คงจะคิดกันว่าที่นี่สร้างนายกฯ ได้ถึง 3 คน
ก็หมายความว่า ที่นี่เคยสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่พรรคมาแล้วว่างั้นเถอะ !
"พ่อใหญ่จิ๋ว" ก็คงคิดว่า ในเมื่อสร้างมาแล้ว 3 คน แล้วคนที่ 4 ที่ตอนนี้ หันซ้าย หันขวา ก็ไม่น่าจะมีใครที่มีบารมีมากเท่าพ่อใหญ่จิ๋ว ก็เลยฝันหวานว่าด้วยชื่อพรรคที่น่าจะพอขายได้ ด้วยแรงหนุนจาก ทักษิณ ชินวัตร ที่ชื่อและทุนน่าจะมากพอก็น่าจะทำให้ฝันของพ่อใหญ่เป็นจริง โดยที่ไม่ต้องไปออกรายการทีวี
คำมั่นสัญญาที่พ่อใหญ่จิ๋ว ประกาศที่น่าจะเป็นครั้งที่ 100 แล้วก็คือ "การสถาปนาอำนาจสูงสุดและอำนาจให้กับประชาชนเราต้องการสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง"
เหมือนกับวันที่พ่อใหญ่ไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดงแยกสะพานผ่านฟ้าแทบไม่มีผิด
แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นที่กลายเป็นเรื่องเผาบ้านเผาเมือง นับเป็นโชคดีของพ่อใหญ่ที่ไม่ได้ไปขึ้นเวทีที่สี่แยกราชประสงค์ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่า จะต้องไปรายงานตัวในฐานะแกนนำคนเสื้อแดงเหมือนกับ วีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เหวง โตจิราการ ด้วยหรือเปล่า
ก็เอาเถอะมาถึงวันนี้แล้ว ความหวังของพ่อใหญ่จิ๋ว ก็ไม่เคยสูญสิ้น แถมยังพยากรณ์ด้วยว่า หลังงบประมาณผ่าน จะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
แต่ก็เหมือนเคย พ่อใหญ่เลือกที่จะไม่พูดว่าเปลี่ยนอย่างไร เปลี่ยนแบบไหน ทำนองเดียวกันกับที่พูดบนเวทีสะพานผ่านฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
พ่อใหญ่จิ๋วพูดประหนึ่งว่า ความสำเร็จของพรรคเพื่อไทยในอนาคต และการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเมืองของพ่อใหญ่ คือความสำเร็จของประชาชน
นั่นคือความหวังที่ใครก็ต่างวาดฝันกันได้
แต่ฝันของพ่อใหญ่จิ๋ว จะได้อย่างนั้นหรือเปล่า ไม่เพียงแต่ต้องถามประชาชน หากแต่ต้องถามคนในพรรคเพื่อไทยด้วยว่า เขาเอาพ่อใหญ่จิ๋ว กันหรือไม่
เพราะแค่ฟัง ปลอดประสพ สุรัสวดี ที่แถลงในเวลาถัดมาว่าจะสร้างนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ถัดจาก ทักษิณ สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้วก็คือ นายยงยุทธ หรือ พล.อ.ชวลิต
ชะรอย พ่อใหญ่จิ๋ว ไม่ได้คิดอะไรมากกับความในใจของปลอดประสพ ก็เลยพูดไปว่า "ขอบคุณครับ"
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



