
หอการค้าชี้ส่งออกหนุนลุ้นศก.ปีนี้โต7.5%
ม.หอการค้าปรับเป้าเศรษฐกิจใหม่ มองมีโอกาสโตถึง 7.5% ชี้ส่งออกขยายตัวดีเป็นแรงหนุนหลัก เตือนปีหน้าต้องพึ่งการบริโภคในประเทศ ด้านพาณิชย์โชว์ตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ยังเพิ่มขึ้น 20.6% ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งสูงถึง 36.1% จากการนำเข้าทองคำ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้ปรับคาดการณ์อัตราการเศรษฐกิจของไทยปี 2553 ใหม่ จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 4.5-5.2% เป็น 6.5-7.5% หรือเฉลี่ย 6.9% โดยได้แรงขับเคลื่อนจากการส่งออกที่ขยายตัวดี ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2554 การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และปัญหาหนี้ในยุโรป ทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้เพียง 8-13% ดังนั้น การบริโภคภายในจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่การท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจน
“แม้ว่าการส่งออกปีหน้าจะชะลอตัวลง แต่การท่องเที่ยว และการบริโภคภายในจะดีขึ้น ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้ 4-5% แต่ต้นทุนการประกอบธุรกิจจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ผลิตสินค้าปรับขึ้นราคา” นายธนวรรธน์กล่าว
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกในเดือนกรกฎาคม 2553 ว่า มีมูลค่า 15,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.6% โดยการส่งออกสินค้าสำคัญเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นมากมีมูลค่า 16,505 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.1% โดยเฉพาะสินค้าทุน วัตถุดิบ และยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ส่งผลไทยขาดดุลการค้า 940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีการนำเข้าทองคำมากถึง 44.57 ตัน มูลค่า 1,704.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรก มีมูลค่า 108,631 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.1% การนำเข้ามีมูลค่า 103,193 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 48.9% ทำให้ไทยยังเกินดุลการค้ารวม 5,438 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
“สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ กังวลคือเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา ซึ่งภาคเอกชนได้ส่งสัญญาณเตือนให้แบงก์ชาติดูแลให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่าขณะนี้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ได้ทำประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทไว้แล้ว หากแข็งค่าลงมาแค่ประมาณ 1.2 -1.3% ก็ยังพอรับได้" นางพรทิวา กล่าว และว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังมั่นใจว่าการส่งออกปีนี้จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 20% เนื่องจากได้ประเมินความซบเซาจากตลาดส่งออกหลักไว้แล้ว และในปีนี้การส่งออกในตลาดอาเซียน และการค้าชายแดน จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก



