ข่าว

ชงแบงก์ขยายขอบเขตป้องแฮ็กเกอร์รักษาความปลอดภัยถึงคอมพ์ลูกค้า

ชงแบงก์ขยายขอบเขตป้องแฮ็กเกอร์รักษาความปลอดภัยถึงคอมพ์ลูกค้า

20 ส.ค. 2553

ธปท.แนะแบงก์พาณิชย์ขยายขอบเขตรักษาความปลอดภัยไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกค้า เล็งชงเรื่องให้แบงก์ศึกษาความเป็นไปได้ ระบุมีบางประเทศใช้วิธีนี้

 นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมให้นโยบายกับธนาคารพาณิชย์ในการศึกษาระบบป้องกันการโจรกรรมทางการเงินจากแก๊งแฮ็กเกอร์เพิ่มเติม โดยหนึ่งในแนวทางที่ ธปท.กำลังดูอยู่ คือ อาจขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ขยายขอบเขตการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้าด้วย ซึ่งวิธีนี้ได้ดำเนินการกันอยู่ในบางประเทศ อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจนำมาใช้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก

 ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับลูกค้า 2 ราย ของธนาคารกรุงเทพนั้น ธปท.ขอให้ธนาคารกรุงเทพชี้แจงถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากระบบของธนาคารกรุงเทพ แต่เป็นปัญหาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้าที่ติดไวรัส อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่าธนาคารกรุงเทพยินดีชดใช้ค่าเสียหายตรงนี้ให้

 “เท่าที่ดู ทางแบงก์เขาก็มีระบบป้องกันที่ดีอยู่แล้ว แต่เหตุที่เกิดขึ้น คือ คอมพิวเตอร์ลูกค้าติดไวรัส ทำให้เราเริ่มดูว่าในต่างประเทศเขามีแนวทางในการดูแลอีกชั้นหนึ่งไหม และเท่าที่ศึกษาก็พบว่ามีบางประเทศที่ธนาคารพาณิชย์มีบริการเสริมในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของลูกค้าให้ด้วย หากเราทำได้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ก็คิดว่าจะหารือเรื่องนี้กับแบงก์พาณิชย์ต่อไป" นายสรสิทธิ์ กล่าว

 นอกจากนี้ ธปท.อาจขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ ในเวลาที่ส่งเอสเอ็มเอสกลับไปยังลูกค้าเพื่อทำการยืนยันการโอนเงิน อยากให้มีการใส่ชื่อและนามสกุลของเจ้าของบัญชีที่จะทำธุรกรรมลงไปด้วย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นกับลูกค้าที่เกิดปัญหาทั้ง 2 รายนี้ ธนาคารกรุงเทพก็มีการส่งเอสเอ็มเอสกลับมาเพื่อขอคำยืนยัน แต่เนื่องด้วยเอสเอ็มเอสที่ส่งกลับมาอาจมีขนาดเล็ก หรือมีแต่หมายเลขบัญชี ทำให้เจ้าของบัญชีสับสนหรือด้วยเหตุใดที่ไม่สามารถทราบได้ จึงกดคำยืนยันกลับไปจนทำให้เกิดความเสียหายขึ้น