
พม่าส่งตร.ร่วมจนท.ไทยฝึกยุทธวิธีปราบยาเสพติด
พม่าส่งตำรวจหญิงร่วมเจ้าหน้าที่ไทยฝึกเข้มยุทธวิธีปราบยาเสพติด เลขา ปปส.เผยสถานการณ์ยาเสพติดในกรุงเทพฯ น่าห่วงที่สุดในพื้นที่ชั้นใน เตรียมเสนอรัฐบาลออกกฏหมายคุมเข้มยาแก้ไอ หลังพบใช้ผลิตยาเสพติดแพร่หลาย
วันที่ 19 ส.ค. ที่ กองกำกับ 5 กองบังคับการการฝึก กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( กก.5 บก.กฝ.บช.ตชด.) ค่ายนเรศวรมหาราช อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ปปส.) และ นายอภิรัฐ เหวียนระวี เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า ได้ร่วมพิธีปิดการฝึก "ยุทธวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด" ซึ่งทางการพม่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงซึ่งทำงานด้านการปราบปรามยาเสพติดจำนวน 10 นาย ร่วมการฝึกกับตำรวจ บช.ปส. และ เจ้าหน้าที่ ปปส. ของไทยอีก 10 นาย
การฝึกครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 9-19 ส.ค. โดยมีครูฝึกของ กก.5 บก.กฝ.บช.ตชด. และ บช.ปส. ฝึกอบรมการตรวจค้นยานพาหนะ การยิงปืนทางยุทธวิธี การจู่โจมเข้าตัวอาคาร การปฏิบัติการร่วมอากาศพื้นดิน และ การยิงปืนภายใต้ภาวะกดดัน
พล.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พม่าส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกในประเทศไทยซึงบ่งชี้ ถึงความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่พัฒนามากขึ้น สำหรับปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนของไทยยังน่าห่วง โดยพบว่าแนวโน้มการนำเข้าสูงโดยต้องจับตาอย่างใกล้ชิดตามแนวชายแดนตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคใต้ซึ่งสาเหตุ ที่ทำให้การนำเข้าสูงมาจากความต้องการในประเทศที่ยังมีสูงอยู่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ความร่วมมือระหว่างไทย พม่ามีมากขึ้น สังเกตได้จากการจับกุมยาเสพติดในประเทศไทยที่มีการขยายผลจับกุมเครือข่ายในพม่าได้บ่อย ครั้งในระยะหลัง
ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศยังน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะในกรุ่งเทพมหานครที่มีการแพร่ระบาด และเป็นแหล่งพักเก็บยาเสพติดรอการจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ปปส. เตรียมเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการ ที่ชัดเจนในการควบคุมสารตั้งต้น เช่น ยาแก้ไอ ที่มีการนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดซึ่งนอกจากจะ ส่งออกนอกประเทศแล้วยังเริ่มมีการทดลองใช้สารตั้งต้นเหล่านี้ผลิตยาเสพติดในประเทศแล้ว



