
"พระราชินี"ทรงเสียพระทัยในการสูญเสีย
พระราชินี-พระเทพฯเสด็จฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เหยื่อ ฮ.ชนเขา จ.น่าน 5 ศพ ทรงเสียพระทัยในการสูญเสียครั้งนี้ อนุพงษ์เสียใจ ปลัดทส. คนดีเสียชีวิต เผยเสียดาย ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง คุ้นเคยทำงานโครงการพระราชดำริร่วมกัน 30 ปี
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ส.ค. บรรยากาศที่บริเวณอาคาร 14 ตึกนิติเวช รพ.ภูมิพลฯ ได้มีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คนได้เดินทางไปรอรับศพด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยมีขบวนทหารกองเกียรติยศของกองทัพอากาศจำนวน 30 นาย ตั้งขบวนกองเกียรติยศเพื่อเป็นการสดุดีพร้อมกับได้มีการนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นบนรถมินิม็อบ สีดำ จำนวน 5 คัน ประดับประดาด้วยผ้าริ้วสีขาว -ดำ และเคลื่อนไปยังวัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน กทม.โดยบรรยากาศตลอดเส้นทางการเคลื่อนศพเป็นไปอย่างเศร้าสลด
หลังจากขบวนศพได้เคลื่อนออกจากรพ.ภูมิพลฯเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.และโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงถึงเคลื่อนขบวนถึงวัดพระศรีมหาธาตุฯ และได้นำศพขึ้นไปเตรียมที่จะรอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและสวดพระอภิธรรมศพ ซึ่งจัดขึ้นที่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ (ศาลาใหญ่) โดยมีกำหนดการต่างๆดังนี้
เวลา 15.10 น.ข้าราชการและเจ้าหน้าที่พร้อมกันที่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ (ศาลาใหญ่) เวลา 17.00 น.พิธีอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพ เวลา 17.30 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรมโดยอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วัน
ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโกศ 8 เหลี่ยมให้กับนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง และนายโกวิทย์ ปัญญาตรง ผู้อำนวยการสำนักสนองงานพระราชดำริ และผู้ตรวจราชการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อีกทั้งยังพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
บรรยากาศที่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ ช่วงเวลา 15.00 น. บรรดาผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส. ต่างเดินทางไปรอร่วมพิธีกันนับพันคน ขณะเดียวกันได้มีพวงหรีดจำนวนมากที่ทยอยมาร่วมแสดงความเสียใจกันไม่ขาดสาย ทั้งจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน นักการเมือง อาทิ พวงหรีดของพลเอกสุรยุทธ์ ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น โดยมีบรรดาผู้ใหญ่ในรัฐบาล เริ่มทยอยไปรอรับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
กระทั่งเวลา 17.30 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ทรงวางพวงมาลาหลวง และพวงมาลาส่วนพระองค์ ที่หน้าโกศศพและหีบศพ
"พระราชินี”ทรงเสียพระทัยในการสูญเสีย
เมื่อเวลา 18.00 น. นางสำลีภรรยาของนายสหัส ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชกระแสรับสั่งกับตนว่า "นายสหัสเป็นคนดีมาก ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งโครงการที่เดินทางไปนั้นก็มีระยะทางไกลทั้งสิ้น ต้องขึ้นเครื่องบินไม่รู้จักกี่ครั้ง แต่ก็ยังเดินทางไปตลอด ทรงเสียใจต่อการสูญเสียทุกคนในครั้งนี้
รู้สึกเสียใจมากที่สุดไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เพราะไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ก่อนหน้านี้ คุณสหัสเคยพูดให้ฟังว่าประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาวจะนำผ้าห่มและเสื้อกันหนาวพระราชทานไปแจกให้ชาวเขาบนดอย โดยได้เตรียมการกับองคมนตรี ท่านพลากร สุวรรณรัตน์ ไว้แล้ว เมื่อไม่มีคุณสหัสแล้วก็คงเป็นหน้าที่ขององคมนตรีจะไปแจกแทน ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าคุณสหัสจากไป จะคิดว่าไปต่างจังหวัดมากกว่า เพราะคุณสหัสเดินทางบ่อย"
นางสำลีกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันฐานกับทุกครอบครัวที่เสียชีวิต ซึ่งพอถึงลูกของนายช่างและนักบิน พระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์มาแตะศีรษะลูกสาวของนักบินทั้งสองคนด้วย
ก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 16.00 น.นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงครอบครัว ญาติสนิท บุคคลใกล้ชิด ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้เสียชีวิตนั้น ได้เดินทางไปร่วมรดน้ำศพด้วยความอาลัย และเศร้าโศกเสียใจ
“ผบ.ทบ.”เสียใจเผยปลัดทส.เป็นคนดีของชาติ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า "ปลัดกระทรวงทรัพย์ถือว่าเป็นคนดีของชาติเรา ส่วนนายสหัส บุญญาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง ต้องเรียนว่า เราได้ทำโครงการที่เกี่ยวกับโครงการราชดำริ และมีส่วนทำงานร่วมกับท่านมานานถึง 30 ปีมีความคุ้นเคยกัน เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เท่าที่ฟังข่าวคิดว่า น่าจะมาจากสภาพอากาศ แต่ต้องรอดูการตรวจสอบพิสูจน์ก่อน
ญาติสุดอาลัยร่ำไห้ระงม
นางบุญเรือน เทียนเงิน อายุ 73 ปี มารดาของ ส.อ.วิฑูรย์ เทียนเงิน ช่างเครื่อง ฮ.ลำทีเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมาร่วมขบวนเคื่อนศพของลูกชายที่อยู่ในอาการเศร้าโศรกอย่างหนักถึงกับร้องห่มร้องไห้จนแทบจะเป็นลม บรรดาลูกๆต้องเข้ามาช่วยกันพยุงร่างไว้ โดยนางบุญเรือน กล่าวกับศพของลูกชายว่า"ขอให้ไปดีมาดี ขอให้ขึ้นไปสู่คติ อยู่บนสรวงสวรรค์ เกิดมาชาติหน้าก็ขอให้เป็นเจ้าคนนายคน " ซึ่งนางบุญเรือนได้ร้ำไห้จสนแถบจะยืนไม่อยู่บรรดาญาติๆต่างพยายามช่วยกันประคับประคองร่างเอาไว้เกรงจะเกิดช็อคมหดสติ สร้างความเศร้าสลดให้กับผุ้ที่มาร่วมขบวนเป็นอย่างมาก
พญ.พวงแก้ว ปัญญาตรง แพทย์แผนกสูตินารีเวช รพ.ธนบุรี 1 ภรรยาของนายโกวิทย์ กล่าวทั้งน้ำตาด้วยเสียงสอื้นสั่นเครือ ว่า รู้สึกเสียใจต่อการจากไปอย่างกระทันหันของสามี แต่ถือว่า สามีได้ทำหน้าที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทของทั้ง 2 พระองค์ และถือว่าสามีเป็นบุคคลที่อนุรักษ์ป่าไม้ตามวิถีพระราชดำริของพระบาทสมเด็จระเจ้าอยู่หัว เพื่อคงไว้ให้เป็นมรดกต่อรุ่นลูก รุ่นหลาน ก็รู้สึกภูมิใจ ครอบครัวจะทำความดีเพื่อประเทศชาติ ต่อไป และรู้สึกภูมิใจที่นายประวิทย์ เป็นสามีที่ดีที่สุด เป็นพ่อที่ดีของลูก และภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
"ตอนเกิดเหตุครั้งแรกยังไม่รู้เรื่อง เพราะมัวทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล แต่น้องสาวได้โทรมาบอกว่าเครื่องบินลำที่สามีเดินทางไปนั้นมีปัญหา และพอมาดูข่าวทางทีวีทราบว่าสามีเสียชีวิตรู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ภูมิใจที่สามีทำหน้าที่อนุรักษ์ป่าไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลัง " พญ.พวงแก้ว กล่าวทั้งน้ำตา
ด้านนายเกริกพล ตรีเดช อายุ 55 ปี อบต.เชียงยืน จ.มหาสารคาม น้องชายของนายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ตอนแรกที่ทราบข่าวว่าเฮริคอปเตอร์หายจากเรคดาห์ คิดว่าน่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ส่วนหนึ่งทำใจแล้ว และได้โทรศัพท์ติดต่อไปหาญาติที่เป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่เชียงใหม่ กระทั่งวันที่ 18 ส.ค.จึงทราบว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว จึงรีบเดินทางกลับมาบ้านที่ กทม. ยอมรับว่าทุกคนในครอบครัวสะเทือนใจมาก แต่ภูมิใจในตัวพี่ชายที่เสียสละ และทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกคนในบ้านห่วงแม่ซึ่งอายุ 85 ปีแล้ว และมีโรคประจำตัว จึงต้องปิดเรื่องการตายของพี่ชายไว้
"วันที่พี่ชายเสีย จู่ๆ แม่พูดขึ้นมาว่า พี่ชายมาหา ลูกกูตายแล้ว ทั้งที่แม่ไม่รู้เรื่อง และวันที่ผมมาถึงบ้านแม่ถามว่ามาทำอะไร ผมก็บอกไปว่ามาเยี่ยมพี่ชาย แต่ไม่ได้บอกว่าเสียชีวิต แต่อีกระยะคงจะบอกแม่ให้รู้ ทั้งนี้ผมและครอบครัวภูมิใจอย่างล้นเหลือที่ได้รับพระราชทานโกศ" นายเกริกพล กล่าว
นางณภัทร อายุ 37 ปี ภรรยาของ ส.อ.วิทูรย์ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตอนที่ทราบว่าเฮริคอปเตอร์หายไป ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุก็ไม่คิดว่าจะรุนแรงเช่นนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร ตอนนี้ต้องดูแลลูกสาว 2 คน และภูมิใจที่สามีทำดีที่สุดแล้ว ต่อไปจะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของแผ่นดิน
จ.ส.อ.ภานุเมศ อรุณสัวสดิ์ อายุ 48 ปี พลร่มป่าหวายลพบุรี พี่ชายของ พ.ต.เจนวิทย์ อรุณสวัสดิ์ กล่าวว่า ครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน โดยน้องชายเป็นคนสุดท้อง และในครอบครัวมีน้องที่เป็นนักบินเฮริคอปเตอร์อีก 1 คน เป็นน้องคนที่ 2 ในวันเกิดเหตุน้องชายคนที่ 2 รู้ว่าเครื่องหายไปจากจอเรดาห์ก็โทรมาบอกว่าเครื่องน่าจะมีปัญหา แต่ไม่คิดว่าเครื่องจะตก เพราะที่ผ่านมาน้องเป็นนักบินมีประสบการณ์สูง ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้เปลี่ยนเฮริคอปเตอร์เพราะเก่ามากแล้ว



