ข่าว

ฝ่ายค้านแฉ3กระทรวงถูกร้องโกงสูงสุด

ฝ่ายค้านแฉ3กระทรวงถูกร้องโกงสูงสุด

19 ส.ค. 2553

ฝ่ายค้าน แฉ 3 กระทรวง ถูกร้องโกงสูงสุด“มท.-เกษตรฯ-ศธ.” ชำแหละงบ“เอ็นบีที”ผลงานเหลว สร้างความแตกแยก รับใช้รัฐด่า'ทักษิณ'ก่อนผ่านงบสำนักนายกฯ 2.5 หมื่นล้าน

(19ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประ จำปีงบประมาณพ.ศ.2554 วาระที่ 2 และ 3 วันที่สอง มาตรา 5 สำนักนายกรัฐมนตรี ที่คณะกรรมาธิการตั้งไว้ 25,573,486,700 บาท โดยส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นอภิปรายขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณที่มากเกินความจำเป็น โดยเป้าหมายอยู่ที่หน่วยข่าวกรองและหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ สถานีโทร ทัศน์เอ็นบีทีโดยเห็นว่าเป็นสถานีที่ไม่ให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นกลาง มุ่งแต่รับใช้รัฐบาลสร้างความแตกแยกในบ้านเมือง และเอาแต่ด่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส.ส.หลายคนถึงกับเปลี่ยนสมญานามจาก “หอยม่วง” เป็น “หอยเน่า”

น.พ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอปรับลด 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในส่วนกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งวันนี้เปรียบเสมือนหอยเน่า ตนอยากให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีแสดงฝีมือใช้น้ำยาล้างความเน่าให้เป็นหอยสีม่วงสดใส สาเหตุที่ต้องตัดลดงบประมาณเพราะมีการทุจริตเชิงนโยบายอย่างชัดเจน โดยการเอาพวกของตัวเองเข้าไปจัดรายการคิดว่าเรตติ้งจะดี แต่ทำไปทำมากลับเจ๊งไม่มีโฆษณาเข้า และยังเสนอแต่เรื่องที่โจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยิ่งด่าชาวบ้านยิ่งรักพ.ตท.ทักษิณ ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไปสอบถามความรักที่ประชาชนมีต่อพ.ต.ท.ทักษิณกับนายอภิสิทธิ์ ใครจะมากกกว่ากัน

นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย อภิปรายขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ลง 10% โดยให้เหตุผลว่าตนเปรียบเสมือนสุนัขเฝ้าบ้านคอยเห่าเมื่อเห็นไอ้ห้อยไอ้โหนกำลังจะขึ้นบ้านขโมยของก็ต้องออกมาโวยวาย พร้อมทั้งตำหนิถึงการทำงานของความมั่นคงที่ตั้งงบประมาณไว้ถึง 2,000 ล้านบาท ทั้งที่ปฏิบัติสองมาตรฐานกับฝ่ายตรงข้ามผู้มีอำนาจ รวมถึงกรมประชาสัมพันธ์ที่ไม่ช่วยให้เกิดความปรองดอง แต่กลับเป็นหน่วยงานสร้างความแตกแยกให้กับสังคมเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นกรณีการจับซีดีก็จับเพื่อทำสถิติทางคดี โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลอื่นประกอบ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอตัดงบประชาสัมพันธ์ ของสำนักนายกฯที่ตั้งไว้สูงเกินไป แต่ไม่สามารถสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเมื่อนายกฯได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตนก็รู้สึกพอใจกับการทำงานและการปรับปรุงเนื้อหาของสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ซึ่งยืนยันว่ายังมีหลายหน่วยงานภายใต้การดูแลของสำนักนายกฯมีการใช้งบไม่เหมาะสมกับโครงการ มีการทุจริตเกิดขึ้น ขณะนี้เราถูกกล่าวหาเป็นประเทศที่ไม่โปร่งใสฉ้อราษฎร์บังหลวงมีการทุจริตเป็นอันดับที่ 84 ของโลก และในประเทศกระทรวงมหาดไทยมีเรื่องร้องเรียนการทุจริตเป็นอันดับ 1 เกือบ 2,000 เรื่อง รองลงมาคือกระทรวงเกษตรกว่า 1,800 เรื่อง และกระทรวงศึกษาอีก 1,388 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของกพร.ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักนายกฯ จึงเห็นสมควรให้ปรับลดงบประมาณลง

 นอกจากนั้นส.ส.ของพรรคเพื่อไทยหลายคนได้อภิปรายถึงการตั้งงบเพื่อนำไปซื้อรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่มีวงเงินสูงถึงคันละ 9 ล้านบาท ไม่เข้าใจอย่างท่องแท้ถึงสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และสร้างความแตกแยกด้วยการมองอีกฝ่ายหนึ่งอย่างอคติยัดเยียดข้อหา ผู้ก่อการร้าย

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ชี้แจงว่า กฎหมายลิขสิทธิ์เป็นกฎหมายที่ยอมความได้แต่ให้อำนาจเจ้าพนักงานสามารถจับกุมได้ทันที ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์กับผู้กระทำผิดสามารถตกลงยินยอมชำระชดเชยความเสียหายต่อกันได้ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวรัฐบาลมีความห่วงใยอย่างมาก จึงได้ยกระดับทรัพย์สินทางปัญหาให้เป็นนโยบายแห่งชาติ เพื่อให้สังคมไทยตระหนักยืนบนขาตัวเองและเข้าใจถึงการคุ้มครองสิทธิบัตร และกวดขันปราบปรามแหล่งอาชญากรรมที่มีลักษณะ เครือข่ายอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝ่ายค้านอภิปรายเพื่อขอแปรญัตติในมาตรา 5 ในส่วนสำนักนายกรัฐมนตรีมากว่า 3 ชั่วโมง นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ชี้แจง โดยยืนยันว่างบประมาณที่จัดสรรนั้นเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยเฉพาะส่วนของข่าวกรองต้องใช้ทำงานทั้งในและต่างประเทศ จะขอนำคำแนะนำทั้งหมดไปปรับปรุงในการใช้จ่ายงบประมาณต่อไป

 นายอรรชวิทย์  สุวรรณภักดี  ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.ชี้แจงกรณีที่ถูกฝ่ายค้านโจมตีเรื่องการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีราคาแพงโดยยืนยันว่าการเปลี่ยนรถประจำตำแหน่งเป็นไปตามรอบการใช้งานปกติจะเปลี่ยนทุก 6 ปี ส่วนรถที่ใช้ทั่วไปอายุ 10 มีสองคันแต่ปัจจุ บัน                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                   เหลือเพียงคันเดียว เพราะคันหนึ่งถูกทุบจนพังที่กระทรว งมหาดไทย ทำให้ต้องนำเครื่องยนตร์ไปรวมกับอีกคันหนึ่งใช้วิ่งอยู่ขณะนี้ ส่วนราคาที่ใช้ก็เพียง 11 ล้านบาท แต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯซื้อในราคา 27 ล้านบาท

ส่วนนายอภิชาติ ศักดิเศรษฐ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย กมธ. ยืนยันว่างบฯกรมประชาสัมพันธ์จำนวน 1,437 ล้าน ถือว่าน้อยแล้วหลังจากนี้จะมีพื้นที่ในการแสดงความเห็นของทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงบทบาทของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ในบ้านเมืองรัฐบาลไม่มีช่องทางอื่นที่จะสื่อสารกับประชาชน จึงจำเป็นต้องใช้ช่องทางของเอ็นบีทีในการสื่อสารข้อมูลต่างๆเพื่อสร้างความเข้าใจของประชาชน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เอ็นบีทีมีรายการที่จะเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายต่างๆได้แสดงออกทางความคิดอย่างกว้างขวาง อาทิรายการคิดนอกกรอบ ฟังความรอบข้าง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวในที่สุดที่ระชุมได้ลงมติ ให้คงมาตรา 5 ตามกมธ.ด้วยเสียง 242 ต่อ 144 งดออกเสียง 4 เสียงและไม่ลงคะแนน 20 เสียง และเริ่มพิจารณางบประมาณกระทรวงกลาโหม ที่กมธ.ตั้งไว้ 170,285,022,900 ล้านบาท