ข่าว

พรรคร่วมฯหนุนเลือกตั้งเขตเดียว เบอร์เดียว

พรรคร่วมฯหนุนเลือกตั้งเขตเดียว เบอร์เดียว

19 ส.ค. 2553

พรรคร่วมฯเห็นด้วยแก้เลือกตั้งเป็นเขตเดียว เบอร์เดียว "ไตรรงค์" เชียร์เป็นประชาธิปไตยตามแบบปรีดี ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ในพรรคคัดค้านแน่ "อลงกต" ติดใจลดส.ส.เขตทำไม หวั่นกระทบงานในพื้นที่ "ปู่ชัย"ปัดให้ความเห็น บอกวาระแก้ไข รธน.บรรจุไว้แล้ว แต่มีส.ส.ค้านแก้ เตะ

(19ส.ค.) จากกรณีคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราประเด็นที่มาของส.ส. ให้กลับไปใช้ตามรัฐธรรมนูญ 2540 คือ เป็นแบบเขตเดียว เบอร์เดียว โดยให้มีจำนวน ส.ส. 500 คน จากแบ่งเขต 375 คน และสัดส่วน 125 คน เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่อาคารรัฐสภา ก่อนเวลาเริ่มประชุมสภามีนักการเมืองฝั่งรัฐบาลแสดงความเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยนายไตรรงค์ สุวรรณคิรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามหลักการของความเป็นประชาธิปไตยจะต้องให้มีผู้แทนประชาชนเขตเดียวเบอร์เดียว เช่น จ.สตูล มีผู้แทน 1 คน แต่ที่จ.สงขลา มีผู้แทนถึง 8 คน ซึ่งทำให้เห็นว่ากำลังพัฒนาพื้นที่จ.สงขลามีมากกว่าจ.สตูลถึง 8 เท่า ทั้งนี้ยอมรับว่าข้อเสนอดังกล่าวสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนมีความเห็นคัดค้าน ซึ่งหลังจากนี้ที่ประชุมพรรคคงต้องนำไปหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการเปลี่ยนระบบที่มาจะเหมาะกับบรรยา กาศการเมืองหรือไม่ ตนไม่สนใจ เพราะคำนึงถึงหลักการประชาธิปไตย ตามแนวทางของนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษที่ตนเชื่อมั่นเท่านั้น

 ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่เข้าสู่ระบบการเมืองมา ก็ใช้ระบบเลือกตั้งมาทั้งสองแบบ ซึ่งไม่มีส่วนเอื้อให้เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันทางการเมือง อย่างไรก็ตามตนเป็นห่วงในเรื่องของการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง

 ส่วน นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน ฐานะโฆษกพรรค กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวนที่มาของส.ส.แบบแบ่งเขต และเพิ่มส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะไม่เหมาะสมกับประเทศไทย ที่ส.ส.ต้องเข้าไปดูแลประชาชน เมื่อลดจำนวนส.ส.แบบเขตลงอาจกระทบกับการประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดตุ๊กตาไว้เท่านั้น ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงแกนนำคนอื่นๆ จะรับฟังหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจุบัน ส่วนระยะเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องใช้เวลา และที่สำคัญเมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เริ่มขึ้นจะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาทางพรรคประชาธิปัตย์ หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มีความเห็นให้คงเดิม ไม่แก้ไข

 ด้านนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะตอนนี้ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาผู้แทน ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตามในการประชุมสภา ได้บรรจุวาระพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ภาคประชาชน และส.ส. ยื่นเสนอเข้ามาไว้แล้ว ขณะนี้คงต้องรอว่า ส.ส.จะนำขึ้นมาพิจารณากันเมื่อใด

 "เหตุที่วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมา เป็นเพราะมีส.ส.บางกลุ่ม ส.ว.บางคนไม่ต้องการให้พิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งผมไม่มีอำนาจที่จะหยิบยกวาระดังกล่าวขึ้นมาในที่ประชุมได้ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิก" นายชัย กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ มีความเห็นในเบื้องต้นที่จะแก้ไขประเด็นที่มาของ ส.ว. ด้วยว่าควรมีจำนวนสมาชิก ส.ว. 150 คน โดยมาจากเลือกตั้ง 77 คน และสรรหา 73 คน

 ที่อาคารวุฒิสภา นายประสพ สุขบุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตนยอมรับในทุกเงื่อนไข ถึงแม้จะเปลี่ยนให้ที่มาของส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดก็ตาม ทั้งนี้การกำหนดที่มา รวมถึงคุณสมบัติต้องพิจารณาในประเด็นความแตกต่างของส.ว.ให้ต่างจาก ส.ส. ด้วย เพราะหากมีคุณสมบัติเหมือนกัน ตนก็ไม่รู้ว่าจะมีส.ว.ไว้ทำไม