ข่าว

"ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช"

"ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช"

19 ส.ค. 2553

สื่อมวลชนหลายสำนักต่างพากันเสนอข่าวการเสียชีวิตของ "ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช" ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม "โกวิท ปัญญาตรง" ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช "สหัส บุญญาวิวัฒน์" ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง "พ.ต.เจนวิทย์ อรุณสวัสดิ์"

 การเสียชีวิตของ "ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช" เกิดขึ้นระหว่างไปเป็นประธานเปิดงานโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จ.น่าน !

 ถือเป็นภารกิจ "ปิดทองหลังพระ" งานสุดท้ายของชีวิตปลัดกระทรวง ทั้งๆ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้

 ทันทีที่ "ข้าราชการและผู้สื่อข่าว" ประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทราบข่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ "ศักดิ์สิทธิ์" และคณะ หายไปอย่างลึกลับและติดต่อไม่ได้ ต่างส่งข้อความ "ขอให้ท่านปลอดภัยทุกๆ คนเป็นห่วง" เข้ามือถือของ "ปลัดศักดิ์สิทธิ์"

 บรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงเดินเข้าออกห้องผู้สื่อข่าว เพื่อสอบถามความคืบหน้าของ "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" และคณะ ด้วยความเป็นห่วงไม่ขาดสาย

 จนกระทั่งทราบข่าวว่า "คณะของปลัดศักดิ์สิทธิ์" เสียชีวิตหมดทั้งลำต่างก็มีสีหน้าสลด บางคนถึงกับร่ำไห้ออกมา โดยเฉพาะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ชั้น 17 ซึ่งเป็นชั้นที่ทำงานของ "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" พากันร้องไห้ระงม

 ภาพของ "ศักดิ์สิทธิ์" ตั้งแต่สมัยเป็น "เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" จนเป็น "ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" และตำแหน่งสุดท้ายที่ "กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" วันหยุดบางครั้งจะเห็นภาพของ "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" ควงคู่มากับภรรยา โดยสวมกางเกงขาสั้นเสื้อยืด เดินเข้ามาทักทายข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงอยู่บ่อยครั้ง

 "ท่านเป็นคนดีมาก ใจดี รักลูกน้อง มีความเป็นอยู่แบบง่ายๆ ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง และกินข้าวกล่องในรถเป็นประจำ ไม่ได้กินอาหารดี เพราะมีงานมาก ส่วนเรื่องเครียดไม่ค่อยเห็นว่าท่านเครียด เพราะท่านเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง ไม่แสดงออก ได้ข่าวว่าท่านเสียชีวิต ก็รู้สึกช็อกมาก" สราวุธ ประยีกูล คนขับรถประจำตัวปลัดศักดิ์สิทธิ์กล่าวถึงนายทั้งน้ำตา
 
 ผลงานอีกชิ้นที่ผู้ร่วมงานมักเอ่ยชมถึงความสามารถของ "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" คือ การเป็นหนึ่งในทีมเจรจาเรื่องเขาพระวิหาร ทุกครั้งที่มีการประชุมเรื่องนี้จะเดินทางไปร่วมด้วยทุกครั้ง

 และการเจรจาครั้งล่าสุดที่ประเทศบราซิล ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากหลายฝ่ายว่าเป็น "ผลงานชิ้นโบแดง" นอกจาก 3 ทหารเสือ ได้แก่ พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 และ พล.ต.นพดล โชติศิริ รองเจ้ากรมแผนที่ทหาร บก.กองทัพไทย ยังมี "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" เป็นหนึ่งในทีมงานด้านข้อมูลด้วย

 ซึ่ง "พล.ท.นิพัทธ์" หนึ่งในทีมงานถึงกับเอ่ยปากชื่นชม "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" ว่า "เป็นคนเก่ง และแม่นเรื่องข้อมูล"

 ทันทีที่ข่าวการเสียชีวิตของ "ปลัดศักดิ์สิทธิ์" ถูกนำเสนอได้มีเว็บไซต์ต่างๆ เขียนไว้อาลัยจำนวนมาก  เช่น "สมคิด สิงสง" และคณะทำงานลุ่มน้ำห้วยสามหมอ ได้เขียนลงใน http://www.oknation.net/blog/somkhitsin  ในหัวข้อ "อาลัยศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช"  ไว้อย่างน่าสนใจ

๑ ทราบข่าวเศร้าใจยิ่งนัก
ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช พลีชีพแล้ว
เขาคนเชียงยืนโคตรแนว
ไต่เต้าเข้าแถวจนได้ดี
๒ จากเด็กบ้านป่ามหาสารคาม
เคลื่อนตามยุคสมัยได้ที่
ร่ำเรียนจนสำเร็จดุษฎี
รับราชการมีอนาคต
๓ ล่าสุดเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
องอาจงานใหญ่ยิ่งปรากฏ
ฟื้นคืนธรรมชาติที่ล่วงลด
ทำลายล้างจนหมดที่สมบูรณ์
๔ ปิดทองหลังองค์พระประติมา
สนองงานพ่อฟ้าเพื่อภายพู้น
สนองชาติแผ่นดินที่เกื้อกูล
ก่อเกิดจำรูญเป็นตัวตน
๕ หลับเถิดศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช
หมายเหตุวันนี้ไว้บนหน
แห่งการเสียสละของยอดคน
เพื่อชาติเพื่อชนนิรันดร์เทอญ ฯ
"สมคิด สิงสง" และคณะทำงานลุ่มน้ำห้วยสามหมอ
 และในโอกาสนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คนด้วย !!

"ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช"

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 ถือเป็นความสูญเสียในวงการสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ เมื่อนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) คนที่ 3 ของทส.  ประสบอุบัติเหตุ เฮลิคอปเตอร์ AS350 1103 ของสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตกในเขตป่า อ.นาหมื่น จ.น่าน ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจโครงการปิดทองหลังพระ ที่ภูพยัคฆ์ จ.น่าน

 นายศักดิ์สิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2493 เป็นคน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม สมรสกับนางปิยดา ตรีเดช คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุตร 2 คน นายชาญวิทย์ ตรีเดช ศึกษาปริญญาเอก   ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่ วิทยาลัยอิมพีเรียล ลอนดอน สหราชอาณาจักรอังกฤษ ทุน ก.พ. และนายศักดา ตรีเดช ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยบรูเนล สหราชอาณาจักรอังกฤษ

 ปลัดศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นข้าราชการที่เติบโตมาจากสายสิ่งแวดล้อมโดยตรง   เริ่มต้นชีวิตราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2523 ซึ่งตรงกับวันข้าราชการพลเรือน ไต่เต้ามาจากข้าราชการระดับเล็กๆ ในฐานะนักวิชาการสิ่งแวดล้อม 4   ของกองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทั่งเป็นผู้อำนวยการกอง รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จนนั่งเป็นเลขาธิการสผ. ในปี 2539 อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หลังการปฏิรูประบบราชการในปี 2548-2550 จากนั้นขอย้ายมาเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2550 เพิ่งจะครบ 3 ปีเศษ

 เกือบ 30 ปีที่รับราชการ และจะครบกำหนดอายุ 60 ปี ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ แต่เนื่องจากเกิดหลังวันที่ 30 กันยายน ทำให้การเกษียณอายุราชการของนายศักดิ์สิทธิ์ได้รับโอกาสต่ออีก 1 ปี 

 กล่าวได้เต็มปากว่า นายศักดิ์สิทธิ์ เป็น “มือหนึ่ง” ในการวางแผนนโยบายยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ผลงานที่โดดเด่น อาทิ การผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) การผลักดันโครงการดาวเทียมธีออส ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า   สนับสนุนให้มีโครงการจัดตั้งป่าชุมชนรอบเขตป่าอนุรักษ์ เป็นต้น

 ที่สำคัญยังอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอ นายศักดิ์สิทธิ์ เข้ารับเสนอชื่อให้เป็นบุคคลดีเด่นของชาติ ในสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2553  

 นายศักดิ์สิทธิ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ประถมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ และมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ในปี พ.ศ. 2537, 2540, 2543 และ 2548 ตามลำดับ

 ปลัดศักดิ์สิทธิ์ เขียนไว้ตอนหนึ่งในแบบเสนอผลงานบุคคลดีเด่นของชาติ ตอนหนึ่งว่า

 “เมื่อเส้นทางชีวิตเดินทางมาถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้าพเจ้าตระหนักในเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการมาตลอดชีวิตว่า การทำหน้าที่ราชการอย่างสมบูรณ์เพื่อประโยชน์สุขอันประเสริฐของพี่น้องประชาชน บนรากฐานของการใช้ความรู้สติปัญญาอย่างเต็มกำลังความสามารถ ควบคู่กับสุจริตแห่งมโนธรรมและศีลธรรม เป็นสิ่งนำมาซึ่งเกียรติยศและความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิตข้าราชการคนหนึ่ง โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ จะมีคุณค่าเทียบเท่า และข้าพเจ้าเชื่อว่าสิ่งนี้ คือ เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพวกเราทุกคนยึดมั่นและภาคภูมิใจอยู่เหนือสิ่งอื่นใด"

จันทร์จิรา พงษ์ราย / สมถวิล เทพสวัสดิ์